วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556

Web Hosting เว็บโฮสติ้ง คือ อะไร และ ทำงานอย่างไร

Web Hosting ทำงานอย่างไร

การทำงานของ Web Hosting
ผู้เขียนเชื่อว่าคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้ส่วนใหญ่ เป็น คนทำเว็บ หรือ ไม่ก็ Programmer หรือ ไม่ก็ บุคคลทั่วไปที่ไม่ทราบจริงๆ ว่า Web Hosting มีความหมาย และ การทำงานของมันเป็นอย่างไร

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น



และก็ยังเชื่อว่าคนทั้งประเทศไทยเกือบ 100% ต้องเคยเห็นคำว่า Web Hosting มาก่อน, คนในประเทศไทย หรือ แม้แต่คนจากทั่วโลก ต้องเคยเข้า Website ยิ่งเป็นสมัยนี้ ใครไม่รู้จัก ถือว่า เชย เลยทีเดียว, ซึ่งจุดประสงค์ ของ การเข้าเว็บ ก็มีตั้งแต่หาข้อมูล, ส่งอีเมล์, รับไฟล์ ลอกการบ้านเพื่อน (ล้อเล่น แต่คิดว่าน่าจะเคยทำ) เมื่อก่อนต้องส่งเป็น Fax แต่ คุณหรือไม่ว่า ข้อมูลในเว็บไซต์ที่แสดงอยู่บนหน้าจอนั้น, คุณทราบหรือไม่ว่ามันถูกเก็บอยู่ที่ใด

เว็บไซต์ หรือ www ทำให้การติดต่อกันนั้นง่ายขึ้น หรือ การสื่อสารข้อมูล ต่อ
บุคคลจำนวนมาก เป็นเรื่องที่ใครๆก็ทำได้ หากมี Web Hosting และ Domain


ขอยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น หากคุณต้องการ Save File การบ้าน เป็น .doc (หรือ โปรแกรม Word) คุณก็เพียง Save ไฟล์นั้นลง Drive C:, D:, ของเครื่องเรา เวลาเรียก คุณก็ เปิด My computer > Drive C: แล้วก็เปิด

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น


แต่การเปิดเว็บไซต์ เช่น www.sanook.com มันไม่ได้เรียกข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา แต่มันต้องไปเรียกข้อมูลจาก Web Hosting หรือ Web Server แล้วแต่คนจะเรียก ซึ่ง Web Hosting มัน จะเรียกเป็น IP เช่น 61.22.11.22.33 แต่ แทนที่คุณจะต้องมาจำ IP นี้แล้วกด Enter (คงไม่มีใครจำได้แน่)

เค้าจึงต้องมีชื่อ Domain เช่น www.sanook.com แทนการ จำ หมายเลข IP (ใครจะไปจำได้)

การทำงานของ Web Hosting แบ่งได้หลักๆ เป็น 2 แบบ

การทำงานแบบ One way คือ นำข้อมูล เช่น รูปภาพ ตัวอักษร มาแสดงให้คุณดูเท่านั้น

 

การทำงานแบบ Two way นั้น เช่น เว็บไซต์ที่มีการให้คุณกรอกข้อมูล เพราะ Server ต้องนำข้อมูลมาแสดงก่อน
หลังจากนั้นคุณก็ต้องกรอกข้อมูลเหล่านั้นส่งกลับไปที่ Server หรือ Web Hosting

จริงๆ แล้ว รูปแบบการทำงานของ Web Hosting นั้น มีหลายประเภท แล้ว แต่ว่าคุณต้องการแบ่งแยกเป็นรูปแบบไหน แต่ในที่นี้ผู้เขียน ขอเขียนในข้อความง่ายๆ เพื่อให้ผู้อ่านทำความเข้าใจได้ง่าย และ สามารถนำไปประยุกต์ หรือ ใช้เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจ ซื้อ Email Hosting จากบริษัทใด บริษัทหนึ่ง

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด

Bandwidth ใน Web Hosting คือ อะไร และ ทำงานอย่างไร ?

Bandwidth ใน Web Hosting คือ อะไร ?

ไขข้อข้องใจ คำว่า Bandwidth สำหรับ Web Hosting คือ อะไร และ ทำงานอย่างไร


หลายๆคน ที่ใช้งาน Web Hosting หรือ กำลังจะซื้อ มัก จะเห็นใน Spec ของผู้ให้บริการต่างๆ ว่า Banwidth ต่อเดือนใช้ได้เท่าไหร่, บางที่ก็เขียนว่า ใช้ได้ไม่จำกัด หรือ Unlimited Bandwidth

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น



ก่อนที่คุณจะซื้อ หรือ เช่า Web Hosting คุณ ก็ ควรเข้าใจ ว่า  Bandwidth คือ อะไร, ผู้เขียนขออธิบายเป็นภาษาบ้านๆ เลย มันคล้ายๆ กับ ท่อปะปา ท่อนึง ที่เค้ากำหนดว่า คุณใช้ได้เท่าไหร่ในท่อนั้น หรือ ศัพททางเทคนิคเรียกว่า Bandwidth ทีนี้ การที่ผู้ให้บริการ Web Hosting จะให้คุณใช้อย่างพ่ำเพื่อก็ไม่ได้ เพราะใน Web Hosting 1 เครื่อง ประกอบด้วยเว็บเป็นพันๆเว็บ ถ้าคุณใช้ท่อปะปา ไปเต็มคนเดียว แล้ว เว็บที่เหลือหละ จะใช้อะไร ?

ปริมาณ Bandwidth ไม่ได้เกิดจากผู้เข้าชมเว็บเท่านั้น,​ แต่ยังเกิดจากข้อมูลที่คุณ Upload ขึ้นไปด้วย ยกตัวอย่างเข่น
คุณ Upload หนัง เรื่องนึง ไปเก็บไว้บน Web Hosting จำนวน 2 GB ก็เท่ากับ คุณใช้ Bandwidth ไปแล้ว 2 GB
แล้วหลังจากนั้นคุณกลับบ้านมาโหลดหนังจาก Web Hosting ด้วย ก็เท่ากับคุณใช้ Bandwith ไปอีก 2 GB รวมเป็น 4 GB

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
Web Hosting สำหรับธุรกิจ >> 

ดังนั้นผู้ให้บริการจึงต้องมีกฏว่า ในแต่ละเดือนคุณจะใช้ Bandwidth ได้เท่าไหร่ เช่น ให้ใช้ได้ 10 GB/ เดือน นั่นหมายถึงว่า ไม่ว่าคุณจะ Upload ข้อมูลอะไรขึ้นไปบน Web Hosting กี่ MB มันก็นับหมด, แค่นั้น
ยังไม่พอ มันนับ ผู้ที่เข้าชมเว็บด้วย ยิ่งผู้เข้าชมเว็บเยอะเท่าไหร่ Bandwidth ก็จะเยอะไปตามตัว  เพราะผู้ชมแต่ละคนโหลดข้อมูล เช่น ภาพ, ตัวหนังสือ มากี่ MB มันก็นับ


ภาพ อธิบายความสัมพันธ์ ระหว่าง ปริมาณผู้เข้าชมเว็บ กับ ปริมาณ Bandwidth ที่ใช้ไป

แต่สำหรับเว็บ บริษัท หรือ องค์กรทั่วๆ ไปแล้ว ถ้าคุณ ไม่ได้ไปทำอะไรพิเลน เช่น แอบอับโหลดหนัง ไปเก็บไว้ใน Web Hosting แล้ว เดือนนึงคุณใช้ไม่เท่าไหร่หรอก  และ ไม่มีทางไปเกินที่ผู้ให้บริการ กำหนดไว้ด้วย

แต่สำหรับเว็บที่มีผู้ชมมหาศาล หรือ เว็บมหาชน เช่น Sanook อะไรพวกนี้ Bandwith มันเยอะ เพราะว่า มีผู้เข้าชมวันนึงเป็นหมื่นๆ หรือ แสนๆ ก็ทำให้ Bandwidth เยอะ มาก เท่ากับ ทาง Sanook ก็ต้องวางท่อปะปาให้ใหญ่เพื่อลองรับการทำงาน

File ประเภท VDO กิน Bandwidth มากที่สุด 

VDO ถึง กิน Bandwidth ใน Web Hosting เยอะ
สำหรับเว็บบริษัท หรือ องค์กร ทั่วไป มันแทบจะไม่มี VDO แทรกอยู่ใน Web Hosting แน่นอน ถ้ามีก็น้อยมาก
เช่น VDO Present บริษัท เป็นต้น  ซึ่งไฟล์ประเภทนี้กิน Bandwith เร็วมาก

ยิ่งคุณทำงานในองค์กรหรือบริษัทด้วยแล้วนั้น แล้วยังแถมเป็นพนักงาน IT อีก แล้วยังมี Username Password ของ FTP อีก, จะพ้นหรือ ที่จะแอบโหลดหนังไปเก็บไว้,​ เพราะถ้าส่งเมล์มันส่งไม่พอ, ซึ่งต้องระมัดระวังมาก เพราะ ใช้ Bandwidth เยอะมาก

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
Web Hosting สำหรับธุรกิจ >> 

แค่ไฟล์เพลง เช่น MP3 ก็ใช้ Bandwidth เยอะ

กับการใช้งาน Bandwidth
ไฟล์จำพวก MP3 พวกนี้ ใช้ Bandwidth เยอะ เหมือนกัน ยกตัวอย่าง โดยทั่วไป ไฟล์ MP3 1 เพลง จะกิน Bandwith ประมาณ 3 MB สำหรับตอน Upload แล้วถ้า Download ลงมาด้วยก็จะเป้น 6 MB, แล้วถ้าคุณเอาลิ้งนี้ไปกระจายให้คนอื่นอีก ก็คูณกันไปเรื่อนๆ
เราเข้าใจว่าคุณมีเพลงดีๆ ก็อยากแบ่งปันให้เพื่อนพ้องน้องพี่ ได้ฟังบ้าง ก็เลย Up ไปเก็บไว้ใน Web Hosting , แต่คุณไม่รู้หรอกว่าการทำแบบนี้มันใช้ Bandwidth ของ Web Hosting เยอะมาก และ อาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดลิขสิทธ์ด้วยซ้ำ ดังนั้น เก็บเอาไว้ฟังคนเดียวอะดีแล้ว

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

 

อย่าทำเป็นเล่นไป แค่ ไฟล์รูปภาพ JPG  ถ้าไม่ระวังละก็ ใช้ Bandwidth มหาศาล


หากคุณไม่ระมัดระวัง หรือ ลืม Resize ไฟล์รูปก่อนที่จะเอามาใส่ในเว็บ ละก็ มีโอกาสงานเข้าสูง โดยไม่รู้ตัว
ทุกๆเว็บก็ต้องมีภาพ แต่ การที่คุณจะใส่ภาพเข้าไปนั้น คุณอย่าลืม Resize มันก่อน โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้ แค่มือถือรุ่นน้อย ก็สามารถถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูง และ มี File Size มากกว่า 10 MB โดยไม่รู้ตัวไปเลย, นอกจากมันจะกิน Bandwidth แล้ว มันยังทำให้เว็บคุณโหลดช้ามากๆ ด้วย 

Text เนี่ยกิน Bandwidth น้อยที่สุดแล้ว 

ข้อความปกติ เนี่ย ใช้ Bandwidth น้อยมาก, แทบไม่กะเทือน อยากเขียนอะไรในเว็บเขียนไปเลย ไม่ต้องกลัวเปลืองพื้นที่
เพราะยังไงมันก็ไม่สะดุ้งหรือ กระเทือน อะไรกับ Bandwidth เลย
แน่นอนว่าข้อความเนี่ยใช้ Bandwidth น้อยมากๆ แต่ให้ระวัง โดยเฉพาะ ผู้ที่เขียนโปรแกรม และ ติดต่อการฐานข้อมูลขนาดใหญ่, โดยเฉพาะในคำสั่ง Loop ต่างๆ ถ้าคุณลืมปิด Loop ละก็ มีความหมายว่า Web Hosting นั้น ใช้ Bandwidth ตลอดเวลา และเยอะมาก

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

บทวิเคราะห์กราฟแสดงความสัมพันธ์ ของการใช้ Bandwidth

จากภาพจะเห็นได้ว่า ไฟล์ VDO นั้น กิน Bandwidth มากที่สุด และ ที่เหลือก็น้อยลงมาเรื่อยๆ
บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting สำหรับธุรกิจ ที่ดีที่สุดในประเทศไทย >>

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด

พื้นที่เว็บหรือ Disk Space ของ Web Hosting คือ อะไร ?

พื้นที่เว็บ (Disk Space), ในเว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) คือ อะไร 


พื้นที่เว็บ หรือ Disk Space คือ อะไร
หลายๆ คนที่กำลังตัดสินใจซื้อ Web Hosting, โดยเ​ฉพาะมือใหม่หัดทำเว็บหลายๆคน อาจจะยังไม่รู้ว่า พื้นที่เว็บ หรือ Disk Space ที่ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ใส่ไว้ นั้น คือ อะไร

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

Disk Space หรือ พื้นที่เว็บ ใน Web Hosting คือ จำนวนพื้นที่ที่ผู้ซื้อจะได้ใช้  เช่น 
ผู้ขายกำหนดว่า Disk Space = 1 GB, หมาย ความว่าเว็บคุณรวมหมดทุกไฟล์ห้ามเกิน 1 GB
ซึ่งถ้าเป็นเว็บองค์กรธรรมดาที่ไม่ได้มีอะไรมากมาย ถือ ว่าเหลือใช้, แต่สำหรับเจ้าโปรเจ็กทั้งหลายที่วันๆ อาจจะ Run Web ในเครื่องตัวเองจนลืมไปว่า ทั้งหมด มันใช้พื้นที่ หรือ Disk Space ใน เว็บโฮสติ้ง ไปเท่าไหร่ ก็ควรจะรีบดูและเปรียบเทียบกับ Package ที่ผู้ขายได้ทำการกำหนดไว้ก่อนที่จะซื้อ

Harddisk ใน  Web Hosting ไม่ได้เป็นของคุณคนเดียว

ซึ่งในความเป็นจริง คุณไม่มีทางได้ทั้งก้อนหรอก
คุณก็ได้เพียงส่วนหนึ่งเล็กๆ ของปริมาณพื้นที่ทั้งหมดที่ Hardisk ใน Server นั้นมี

พื้นที่หรือ Disk Space ที่คุณได้รับนั้น ได้จากการ Share ของ Admin Web Hosting (ผู้มีอำนาจสูงสุดใน Web Server นั้นๆ)  เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ จากทั้งก้อน Harddisk เพราะผู้ให้บริการต้องนำพื้นที่ใน Harddisk ไปขายกับลูกค้าคนอื่นๆ ให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้กำไรที่มากขึ้นไปด้วย

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

เมกะโปรเจ็กต้องระมัดระวังการ ใช้พื้นที่เว็บเป็นอย่างมาก


ไฟล์ VDO นั้นกินพื้นที่เว็บมากที่สุด รองลงมา คือ ไฟล์เพลง, รูปภาพ, และ ตัวอักษร
ถ้าคุณกำลังทำโปรเจ็กในฝัน ที่อาจจะเรียกว่าเป็น เมกะโปรเจ็ก และ เป็นเว็บที่สวยหรู ลูกเล่น มากมาย, สิ่งที่คุณต้องระวังมากที่สุด คือ พื้นที่ในโฮสติ้งของคุณนั้นพอมั้ย ไม่ใช่ ตอนแรกๆพอ แต่ใช้งานไปเรื่อยๆ มีผู้ชมเข้ามาเป็นสมาชิกมากขึ้น มีการ Upload File จาก User เยอะมาก, อาจทำให้พื้นที่เว็บของคุณเต็มได้ทีเดียว

พื้นที่, ที่คุณใช้ในเว็บโฮสติ้ง นั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกๆ วัน

กับความสัมพันธ์ต่อการใช้ Web Hosting
พื้นที่ในเว็บ จะ มากๆ ขึ้นเรื่อยๆ หากคุณไม่ระวัง
 ผมเคยได้มีโอกาส เข้าร่วมฟังบรรยายเกี่ยวกับ สถานะการณ์และความท้าทายของ Harddisk กับ ปริมาณข้อมูลทั่วโลกที่มากขึ้นทุกวัน ซึ่ง เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายๆคนของโลก จาก หลายๆค่ายชื่อดัง ซึ่งทุกคนล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า, ทุกๆ วันนี้ ปริมาณการใช้ข้อมูลนั้นมากขึ้นทุกๆวัน เราจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร หรือ จะใช้เทคโนโลยีอะไรในการรองรับ

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย ดังนั้น การที่คุณจะทำเว็บ หรือ โปรเจ็กอะไรสักอย่างเพื่อวางไว้บน Web Hosting คุณต้องแน่ใจว่า ระบบของคุณมันจะสามารถใช้งานไปได้ยาว และ Harddisk ของผู้ให้บริการ Web Hosting ของคุณสามารถรองรับได้, ซึ่งโดยธรรมชาติของทุกๆโปรเจ็ก ที่มี User เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเป็นจำนวนเยอะๆ จะมีการใช้งานพื้นที่มากขึ้น ทุกๆวัน

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ เว็บโฮสติ้งสำหรับธุรกิจ โดยเฉพาะ



คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด



Name Server (NS) หรือ DNS ใน Domain name (โดเมนเนม) คือ อะไร และ ทำงานอย่างไร

Name Server (NS) คือ อะไร ?

และ ต้องตั้งใน Domain name อย่างไร
ภาพประกอบ Name Server (NS) และ Domain Name Server (DNS) ทำงานอย่างไร

หลายๆคน ที่พึ่งเป็นมือใหม่ ที่ใช้ Web Hosting เป็นครั้งแรก เมื่อ ทำการชำระเงินสร็จ ผู้ให้บริการ Email Hosting จะมีการส่งค่าและข้อมูลต่างๆ มาให้ หนึ่งในค่า ที่สำคัญ และ คนหลายๆ คน งง คือ ผู้ให้บริการจะแจ้งว่าต้องให้ Domainname ของคุณ ต้องกำหนดค่า NS1 มาที่ NS1.xxxx.com และ NS2 มาที่ NS2.xxxx.com สำหรับมือใหม่ มีอาการ งง กันไปเลยทีเดียว ว่ามัน คือ อะไร

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

Name Server  หรือ NS ในความเข้าใจของผมคนเดียวเลยนะครับ มันมีหน้าที่คล้ายๆ กับ เป็นชื่อเรียก ของ IP Web Hosting ตัวใดตัวหนึ่ง แทนที่จะเรียกเป็น 122.111.111.11 ซึ่งมันเป็นตัวเลข และ จำยาก ดังนั้น เลยมีวิธีเรียกเป็น Name Server แทน เป็นชื่อ NS1.HOSTING.COM ซึ่งมันจำได้ง่ายกว่าเยอะ

ก่อนที่คุณจะไปตั้งค่าใน Domain Name คุณควรเข้าใจ การทำงานเบื้องต้นก่อน


และความสัมพันธ์ของ Name Server
ภาพอธิบายความสัมพันธ์ และ ตัวอย่าง เมื่อคุณเข้าเว็บไซต์
เราขออธิบายเป็น กระบวนการ เป็นข้อๆ ดังนี้
  1. เมื่อคุณพิมพ์เว็บ www.abc.com แล้วคุณกด Enter ผ่าน Browser
  2. ISP (ผู้ให้บริการ Internet ที่คุณใช้อยู่) จะถามหาว่า Name Server (NS) ของ Domain: abc.com นั้น เป็นค่าอะไร เช่น Domain: www.abc.com กำหนด เป็น ค่า NS1.xxx.com, NS2.xxx.com ผู้ให้บริการ หรือ ISP มันก็จะแปลงเป็น IP จาก NS: NS1.xxx.com , NS2.xxx.com เป็น IP ของ Web Hosting ที่คุณใช้บริการอยู่ แล้วมันก็จะวิ่งตรงไปหา Web Hosting นั้นทันที
  3. เมื่อ Web Hosting ได้รับการร้องขอว่า เฮ้ยๆ มีคนอยากดูข้อมูลในเว็บ abc.com, Web Hosting มันก็เอาข้อมูลออกมาโชว์ ให้ User หรือ ผู้เข้าชมเห็น

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

การตั้งค่า Name server (NS) ใน Domain name (โดเมนเนม)  


คือการ ตั้งค่า NS ไปใน Domainname
การตั้งค่า Name Server แบบ พื้นฐาน
หากคุณได้รับค่า  Name Server (NS) จากผู้ให้บริการ Web Hosting มาแล้ว  ให้คุณดำเนินการดังนี้
  1. Login ไปในส่วนของ Domain name
  2. ใส่ Username และ Password เพื่อเข้าสู่ระบบบริหารจัดการ
  3. ในช่อง Name Server ให้ระบุ
    NS1 เป็นค่า ที่ผู้ให้บริการ Web Hosting กำหนดให้
    NS2 เป็นค่า ที่ผู้ให้บริการ Web Hosting กำหนดให้
  4. หลังจากนั้นรอประมาณ 24 ชั่วโมง Domainname ของคุณ ก็จะถูกชี้ไปยัง Web Hosting อย่างสมบูรณ์

VDO ที่เกี่ยวข้อง Name Server ที่ดีมากและเข้าใจง่าย
How DNS work ?


บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด


A record ใน DNS หรือ Domain name สำหรับตั้งค่า Web Hosting คือ อะไร ?

A Record คือ อะไร ?


และ ทำงานอย่างไร
A Record คือ อะไร และ ทำงานอย่างไร ใน DNS Management หรือ DNS Zone

A Record ในที่นี้ มักจะอยู่ในส่วนของ DNS Management หรือ DNS Zone แล้วแต่คนจะเรียกซึ่งมันเป็นคุณสมบัติหนึ่ง, หน้าที่ของมัน คือ มีหน้าที่ Map หรือชื่อ Domain ให้ตรงกับ IP Web Hosting ปลายทาง เช่น

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น
ใน Web Hosting
ภาพอธิบายการทำงาน ของ A Recod  

ยกตัวอย่างการตั้งต่า A Record ตามภาพ

  • หากเรากำหนดค่า A reord เป็น mail.abc.com และ ตั้ง IP เป็น 99.99.99.99
    เมื่อเราพิมพ์คำว่า email.abc.com มัน มันจะมีหน้าที่วิ่งไปหา Email Server ที่มีค่า IP เป็น 99.99.99.99 และ นำข้อมูลมาแสดง
  • และเราได้กำหนดค่า A reord เป็น www.abc.com และ ตั้ง IP เป็น 123.456.789.10 เมื่อเรา พิมพ์คำว่า www.abc.com มันจะวิ่งไปยัง Web Hosting IP: 123.456.789.10 และนำข้อมูลมาแสดง

A Record จะใช้งานเมื่อไร

  • โดยปกติแล้วหากคุณ ใช้งาน Web Hosting ทั่วไป และ ไม่แยก การทำงาน ระหว่าง Email Server และ Web Hosting คุณแทบจะไม่ต้องยุ่งในส่วนนี้
  • แต่ในทางกลับกัน หากคุณ มีการใช้งานที่ค่อนข้าง Advance และ ต้องแยกการทำงานหลายๆ Server ใน เว็บเดียวกัน การตั้งค่า A Record จะเป็นวิธีการประยุกต์ใช้ที่ทำงานได้ดี, แต่ก่อนที่คุณจะตั้งค่า คุณต้องมั่นใจว่าคุณเข้าใจกระบวนการทำงานของมันจริงๆ ก่อนที่จะไปตั้งค่าใดๆ
บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด

ค่า Cname record ใน DNS Management ของ Direct Admin คือ อะไร

ค่า C name record ใน Domain หรือ DNS คือ อะไร


C Name Record ใน DNS Management คือ อะไร ? 
ค่า Cname คือ ค่าค่าหนึ่ง ใน DNS Management ซึ่งมีให้ตั้งทั้งใน Direct Admin (ในส่วนที่เป็น Web Hosting) หรือ ในตัว Control Panel ของ Domain name  (ที่ผู้ให้บริการ Domain ของคุณมีให้ตั้ง) มันมีหน้าที่ในการกำหนด หรือ Mapping Sub domain เว็บ ต้นทาง(ของเรา) กับ เว็บปลายทางที่เรากำหนด ซึ่งพูดๆ แบบนี้อาจจะ งง ได้ เพราะไม่เห็นภาพ ลองดูภาพประกอบด้านล่าง

การทำงานของ Cname record

ภาพอธิบาย ยกตัวอย่าง การทำงาน ของ Cname 
  • จากภาพด้านบน จะเห็นได้ว่า หากคุณกำหนด C name: mail.abc.com มีค่าเท่ากับ webmail.cslox.com ก็มีความหมายว่า เมื่อมีคนเข้าเว็บและ Enter URL: mail.abc.com มันก็จะโชว์ข้อมูลคล้ายๆกับ หน้า URL: webmail.cslox.com
  • การทำงานในฝั่งขวา หากเราตั้งค่า C name : blog.abc.com ให้มีค่าเท่ากับ www.blogger.com ก็มีความหมายว่า เมื่อ มีคน Enter URL : blog.abc.com แล้วมันจะโชว์ข้อมูลที่ดึงมาจาก www.blogger.com 
  • แต่ในการใช้งานจริง การตั้ง ค่า Cname นั้นจะถูกแนะนำโดยผู้ให้บริการ เช่น Bloger อาจจะบอกว่า หากคุณต้องการมีชื่อ Domain เป็น name.company.com แล้วเวลาคนเข้ามาแล้วนะ ให้โชว์ข้อมูลเป็น Blog ของคุณ แทนที่จะมีชื่อเต็มเป็น www.blogger.com/yourname มันดูไม่ค่อยหรูหรือแสดงความเป็นเจ้าของ Blog ได้, ซึ่งผู้ให้บริการเค้าก็จะให้ค่ามาตั้ง เช่น ต้อง map Cname : blog -> www.blogger.com ทีนี้พอมีคนเข้ามา มันไม่ได้แสดงหน้า www.blogger.com  ที่เป็นหน้ากลาง ซึ่งทาง ผู้ให้บริการก็จะมีการเขียนโปรแกรมดักเอาไว้ ว่า ถ้าการตั้งค่าของคุณนั้นถูกต้อง เมื่อมีคนพิมพ์เข้ามา blog.company.com ก็ให้แสดงหน้า Blog ส่วนตัวของคุณเลย

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น


ประโยชน์หลักๆของ Cname

  • จริงๆแล้วในมุมมองของผม, ผมมองว่ามันมี เพื่อความสวยหรูจริงๆ เพราะคงไม่มีใครอยากใช้ชื่อ URL ของคนอื่น, ทุกๆ คนก็อยากมี URL ส่วนตัวที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของระบบ (ถึงแม้ว่าเราจะไม่ใช่เจ้าของจริงๆก็ตาม)

ความแตกต่างระหว่าง Cname กับ A record

  1. Cname คือ การ map โดยปลายทางต้อง point ไปเป็นชื่อ Domain 
  2. แต่ A record จะเป็นการ Map โดยปลายทางต้องเป็นหมายเลข IP เท่านั้น
บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด

อะไรที่ทำให้่ เกิดปัญหา Web Server Hosting ล่ม ?

สาเหตุที่ทำให้่ Web Hosting/Server ของคุณล่ม

Server Down, Web Hosting Problem
โลกแตกทันทีเมื่อ Web Site ของบริษัทคุณล่ม, ลองคิดถึงสถาณการณ์เหล่านี้ดู 
  1. คุณต้อง Present บริษัท โดย ต้องเปิดเว็บไซต์บริษัทคุณ เพื่อนำเสนองาน แต่ เว็บล่ม
  2. เว็บไซต์ เป็น สื่อหลัก สื่อหนึ่ง ของบริษัทคุณ เพื่อใช้ในการโปรโมทให้ลูกค้า แต่ เว็บล่ม
  3. จ่ายค่าโฆษณาเว็บเป็นแสน แต่เอาเข้าจริง คนที่เข้ามาดู ดูไม่ได้ เพราะเว็บล่ม
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เลือกตลก แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แล้ว ทำให้ธุรกิจของคุณเสียหาย เป็น วงกว้าง คุณควรใส่ใจในการเลือกผู้ให้บริการ Web Hosting ของคุณก่อนดีมั้ย

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

สาเหตุหลักที่ทำให้ เว็บล่ม

  • ปัญหาสุดแสนจะคลาสสิก คือ ไฟดับ, โดยปกติแล้ว Web Hosting ที่มีมาตรฐานจะต้องถูกตั้งไว้ในห้อง Datacenter ซึ่งจะมีอุปกรณ์สำรองไฟที่พอจะเลี้ยงตัว Server ได้ประมาณ 30 นาที - 1 วัน ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเครื่องสำรองไฟ, แต่หาก Web Hosting ของคุณไม่ได้มีระบบสำรองไฟ ก็ไม่ต่างอะไร กับ การที่คุณอยู่บ้าน แล้ว เปิดพัดลม ไม่ได้เพราะไฟดับ กว่าจะ เปิดได้ ก็แล้วแต่ดวง ว่าเค้าซ่อมเสร็จเมื่อไหร่ แล้ว คุณจะปล่อยให้เว็บไซต์บริษัท เป็นไปตามดวงหรอ


    และไม่สามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์ได้
    ปัญหาไฟดับ ทำให้ เว็บไซต์ของบริษัท คุณล่มได้
  • คอมพิวเตอร์ใช้งานที่บ้านยังต้อง Restart เครื่อง แล้ว Server มันก็ต้อง Restart เหมือนกัน ซึ่งช่วงระยะเวลา Restart เครื่อง Server ก็ทำให้เว็บล่มได้ ประมาณ 5-10 นาที

    การ Restart เครื่อง Server ทำให้เว็บคุณล่มได้ 10 นาที เลยทีเดึยว

  • รถยังต้องมีเอาไปเช็คระยะ แล้ว Server มันก็ต้องมีการปิดปรับปรุง (Maintenance) เพื่อปรับค่าแก้ไขให้มันทำงานได้ดี แต่ถ้า อยู่ดีๆ ปิด Server ไปเป็นชั่วโมง เพื่อ ทำการ Maintenance แล้วผู้ใช้งาน Web Hosting ไม่รู้เรื่อง ก็เรื่องใหญ่นะ ดังนั้นผู้ให้บริการ Web Hosting ต้องมีการแจ้งลูกค้า และ กำหนดวันเวลาที่จะทำการ Maintenance อย่างชัดเจน


    ก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
    การปิด Server เพื่อ Maintenance อาจจะทำให้เว็บของคุณล่มเป็น ชั่วโมงได้เลย


    บทความโดย
    บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

    ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น
  • คอมบ้านๆ อย่างเรายังมีไวรัส แล้ว Web Server จะเหลือหรอ, มีหลายๆคนคิดว่า Web Server คือ ระบบที่อยู่อย่างอมตะ ไม่มีไวรัส, แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความเสี่ยงมันก็เท่าๆ กับคอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่นี่แหละ ถ้าผู้ให้บริการ ป้องกันได้ไม่ดี อาจจะทำให้ล่มไม่พอ ข้อมูลสูญหายไปเลยทีเดียว

    การที่ Web Server ติดไวรัส, อาจจะทำให้เว็บคุณล่ม หรือ ร้ายแรงไปจนถึง ข้อมูลคุณหาย
  • ยามยังมีเผลอหลับ แล้ว วิศวกรก็เป็นคน มันก็ต้องมีเผลอ ง่วง กดผิดกดถูกกันบ้างหากไม่ระวัง ซึ่งอาจจะทำให้ระบบเกิดความเสียหายได้ และ เว็บไซต์ล่มได้่ ดังนั้น ต้องเลือกผู้ให้บริการ Web Hosting ที่มีมาตรฐาน


เว็บไซต์ของคุณเกิดความเสียหายได้มากมาย
การทำงานที่ผิดพลาดของทีมวิศวกร (Human Error) ทำให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลได้

การวิเคราะห์ ประเภทของปัญหา และ อัตราการ Downtime (ล่ม)

ในกราฟเป็นการแสดงความสัมพันธ์ ระหว่างปัญหา กับ อัตราการ Downtime หรือ เว็บล่ม


บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด


โปรแกรม FTP ตัวไหนดีที่สุด และ ไม่โดนไวรัส หรือ โดน Hack ?

FTP คือ อะไร ?

ที่เหมาะสำหรับการเชื่อมต่อ Web Hosting
เราจะใช้โปรแกรม FTP โปรแกรมไหนดี ในการเชื่อมต่อกับ Web Hosting/Web Server

FTP ก็ คือ วิธีการในการ โอนถ่ายข้อมูล ระหว่างคอมพิวเตอร์ของคุณ กับ Web Hosting/Web Server ยกตัวอย่าง เช่น คุณต้องการจะนำ ไฟลรูปชื่อว่า: abc.jpg และ Upload ขึ้นไปบนเว็บของคุณ คุณก็ต้องเอาไฟล์นี้ไปวางไว้บน Web Hosting/Web Server เพื่อให้คนอื่นได้เห็นด้วย

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

ปัญหาหลักๆ และความเสี่ยงของการใช้ FTP

คุณก็ต้องลดความเสี่ยงทั้งหมด เพื่อไม่ให้เว็บของคุณเกิดความเสียหาย
ความเสี่ยงจากการใช้ โปรแกรม FTP ในการ Upload/Download  ข้อมูลจาก Web Server
  • ปัญหาโดน Hack เว็บจาก Hacker ปัญหาสุดแสนจะคลาสสิก คือ มีคนอื่นรู้ Username และ Password ในการเข้าถึง Web Hosting ของคุณ ซึ่งมักจะเกิดจากการโดน Hack, ซึ่ง Hacker อาจจะมีการลง Software ดักการ Key ของคุณ, ดังนั้นก่อนลงโปรแกรมอะไรต้องคิดให้รอบครอบ
  • ปัญหาเว็บไซต์มีไวรัส คุณทราบหรือไม่ บางทีการที่เว็บของคุณมีไวรัส มันไม่ได้เป็นผลงานของ Hacker แต่มันเกิดจาก โปรแกรมที่คุณใช้ในการ FTP ถูก Virus บางปะเภท แอบดักจับ Username & Password  อยู่, มันไม่ใช่เรื่องที่ล้่อเล่น ดังนั้นต้องมั่นใจว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณนั้นไม่มีไวรัส

โปรแกรม FTP ตัวไหนดีที่สุด ?

โดยไวรัสไม่สามารถ Hack Web Site ของคุณได้
โปรแกรม FileZilla เป็นโปรแกรมที่ดีที่สุดโปรแกรมหนึ่งสำหรับการ FTP
จากประสบการณ์ตรงของผมมากกว่า 10 ปี ในเรื่องทำเว็บ ที่ต้อง Upload ขึ้น Server เสมอ, เคยเจอเหตุการณ์ตั้งแต่โดน Hack FTP, ไปจนถึงอยู่ดีๆ เว็บไซต์ก็ติดไวรัสเฉยเลย เวลาคนอื่นไปเปิดโปรแกรมไวรัสมันก็เตือนว่าเว็บนี้อันตราย แล้ว ใครจะกล้าไปเข้าเว็บคุณ ซึ่ง ทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทคุณดูแย่ลงไม่พอ มันยังทำให้ธุรกิจของคุณสูญเสี่ยโอกาสด้วย

จากบทเรียนต่างๆ ทำให้ผมพบว่าโปรแกรม FileZilla เป็นโปรแกรม ที่ ไม่เคยทำให้เว็บไหนของผมเกิดความเสียหายที่เกิดจากการ Hack หรือ เครื่องมีไวรัส, หรือ อีกความหมายถึงแม่ในคอมผมมีไวรัส แล้วใช้โปรแกรมนี้ มันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรเลย

ที่เชียร์อย่างนี้ ไม่ใช่ว่าผมได้ค่าโฆษณามา แต่ มันเป็นโปรแกรมฟรี !

และ Web Server
หน้าจอของโปรแกรม Filezilla ที่เหมือนกับ โปรแกรม FTP ทั่วไป
มีโปรแกรม  FTP มากมาย ที่เป็นแบบเสียเงิน หรือ ถึงแม้คุณจะไป Crack มันมาได้ ซึ่ง โปรแกรมเกือบทั้งหมดที่ผมลองมา เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นมีไวรัส ประเภทนี้ระบาดทั่วโลก เว็บผมก็โดนไปทุกเว็บ ถ้าลงโปรแกรม FTP ตัวอื่นไว้ ที่ไม่ใช้ FileZilla

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

Download  โปรแกรมนี้ได้จากไหน

  • เข้าไปยังเว็บนี้เลยครับ https://filezilla-project.org/ มีทั้งเวอร์ชั่น Window และ เวอร์ชั่น MAC ซึ่งผมใช้มันมาหลายปี มันไม่เคยสร้างความเสียหายให้แก่เว็บไซต์ของผมเลย อันนี้พูดจากใจและด้วยความหวังดีครับ
บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด

RAM ที่อยู่ใน Web Hosting คือ อะไร และ สำคัญมากแค่ไหน ?

RAM สำคัญแค่ไหนสำหรับ Web Hosting ?

มีผลต่อเว็บไซต์ของคุณมากแค่ไหน
RAM ใน Web Hosting นั้นสำคัญแค่ไหน และ เท่าไหร่ถึงจะดี ?
RAM มีหน้าที่ทำงานเป็น หน่วยเก็บข้อมูลชั่วคราว ลอง จาก Harddisk ยกตัวอย่างง่ายๆ หากคุณเปิดโปรแกรม Photoshop เครื่องของคุณก็จะนำข้อมูลทั้งหมดในโปรแกรมนั้นมาไว้ใน RAM เป็นการชั่วคราว เพราะ RAM เร็วกว่า Harddisk หลายเท่าตัว มันก็จะทำให้คุณใช้ Photoshop ได้เร็วขึ้น แต่ข้อเสียของมันคือ มันมีไม่เยอะ และ เมื่อ Restart คอมพิวเตอร์ หรือ Server ข้อมูลใน Ram ก็จะหายไป

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ไหนดี สำหรับธุรกิจเท่านั้น

Ram กับ Web Hosting ?

ในเมื่อทุกคนรู้ว่า Ram นั้นช่วยให้การทำงานในคอมพิวเตอร์เร็วขึ้นหมายถึงว่ายิ่งมีเยอะยิ่งดี, แต่สำหรับ Web Hosting แล้ว Ram มันมีเยอะไม่ได้ (เพราะราคา Ram สำหรับ Server แพงกว่า Ram คอมพิวเตอร์ปกติ) ซึ่ง Ram สำหรับ Server  นั้น มีคุณสมบัติพิเศษคือ

  • มันทำงานได้เร็วกว่า RAM ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณหลายเท่าตัว
  • มันถูกออกแบบมาเพื่อให้ทำงานตลอดเวลา
  • มันถูกออกแบบมาให้อึดมากกว่า RAM ทั่วไป
  • ทั้งหมดนี้คือเหตุผล ว่าทำไม มันถึงแพงจัง 

ผู้ให้บริการ Web Hosting จำนวนมาก มัก โฆษณาว่า RAM ใน Server ของตนนั้นมีเยอะมาก ตั้งแต่ 2 GB ไปถึง 24 GB แล้วแต่ งบประมาณของ Web Hosting นั้นๆ

ซึ่งในความเป็นจริงการมี Ram ใน Server เยอะ นั้นดี มันย่อมส่งผลให้เว็บไซต์ของคุณประมวลผลได้เร็วมากขึ้น, แต่ใน Server หนึ่งเครื่อง มันไม่ได้มี แค่เว็บคุณคนเดียว มันประกอบไปด้วยเว็บ พันๆ หมื่นๆ เว็บ ดังนั้นการที่ผู้ให้บริการ Web Hosting โฆษณาว่า Ram เยอะ นั้นมันก็แทบไม่ได้มีความหมายอะไร เพราะ Ram ยิ่งเยอะ เค้าก็ยิ่งอัดเว็บเข้าไปเยอะๆ ตามไปด้วย

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ไหนดี สำหรับธุรกิจเท่านั้น


วิธีที่ดีที่สุด คือ สอบถามไปยัง ผู้ให้บริการเลยว่า Ram ใน Server เท่านี้ ใช้งานกับเว็บไซต์ทั้งหมดกี่เว็บ ซึ่งคุณอาจจะได้คำตอบเพื่อใช้ในการตัดสินใจต่อไป

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ไหนดี สำหรับธุรกิจเท่านั้น


CPU กับ Web Hosting (เว็บโฮสติ้ง) คือ อะไร และ สำคัญกับเว็บคุณมากแค่ไหน ?

CPU ใน Web Server คือ อะไร

CPU ใน Web Hosting (เว็บโฮสติ้งสำคัญแค่ไหน)

CPU มันเปรียบเสมือนสมองของมนุษย์ คือ มีหน้าที่ประมวลผลข้อมูลใน Web Hosting นั้นๆทั้งหมด ดังนั้นการมี CPU มากยิ่งดี, เพราะมันจะส่งผลโดยตรงให้การทำงานของเว็บไซต์คุณนั้นรวดเร็วไปด้วย, เนื่องจากใน Web Server 1 เครื่อง มันต้องประมวลผลตั้งแต่ ข้อมูลตัวหนังสือ ธรรมดา ไปจนถึง ระบบฐานข้อมูล MySQL

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ไหนดี สำหรับธุรกิจเท่านั้น

ความสัมพันธ์ระหว่าง CPU และ Web Hosting

CPU ที่ใช้ใน Web Server นั้นมีราคาที่สูงกว่า CPU ปกติหลายเท่าตัวเลยทีเดียว เพราะอะไร
  • CPU ใน Web Server นั้น สามารถประมวลผลได้เร็กว่า CPU ธรรมดาหลายเท่าตัว
  • CPU ใน Web Server นั้น มีความทนทานในการใช้งานมากกว่า
  • CPU ใน Web Server 1 เครื่อง บางครั้ง มัน มันมีถึง 2 CPU ต่อ 1 Email Server
    เมื่อตัวใดตัวหนึ่งพัง, อีกตัวมันก็ทำงานทันที
การเลือกผู้ให้บริการ Web Hosting นั้น ลูกค้า ต้องมั่นใจจริงๆ ว่า ผู้ให้บริการ นั้นใช้ CPU สำหรับ Server โดยเฉพาะ เพราะถ้าไม่ใช่ สิ่งที่คุณเผชิญในอนาคต คงไม่พ้นเรื่อง เว็บล่ม และ เว็บช้า และ ต้องถามผู้ให้บริการ Web Hosting ว่า Server ตัวนี้ ต้องแชร์การใช้งานกับกี่เว็บ, เพราะเว็บยิ่งเยอะ CPU ก็ต้องถูกแชร์ออกไปเรื่อยๆ , และ อาจจะส่งผลให้เว็บคุณทำงานล่าช้าได้

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ไหนดี สำหรับธุรกิจเท่านั้น

Datacenter หรือ ศูนย์ ข้อมูล คือ อะไร ?

Server ของเราอยู่ใน Datacenter 



Data Center คือ อะไร และ สำคัญกับ Server ของคุณแค่ไหน

คำโฆษณาที่ติดหูหลายๆคน ที่ผู้ให้บริการ Web Hosting ชอบใช้นั้นคือ Server ของเรา ตั้งอยู่ใน Datacenter ที่ CAT, CSLOX และ อีกมากมาย แล้ว เรามีความเข้าใจจริงๆแล้วหรือยัง ว่า Datacenter นั้น คือ อะไร และ มีความสำคัญกับการใช้บริการ Web Hosting ของคุณแค่ไหน

ความหมายของ DataCenter

DataCenter คือ ห้องที่ถูกออกแบบมา เพื่อ เป็นที่อาศัยและพักพิงของ Server  ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Web Hosting เล็กๆ ไปจนถึง Super computer ที่สายการบินต้องใช้ ซึ่งมัน ถูกออกแบบมาเพื่อ ตอบสนองให้ Server นั้นทำงานได้เสถียรที่สุด 

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ไหนดี สำหรับธุรกิจเท่านั้น


Data Center ไม่มีวันหยุดราชการ และ ไม่มีวันพักผ่อน

ห้อง Data Center นั้นต้อง สามารถ ควบคุม อุณหภูมิ รวม ถึง ระบบไฟฟ้า ต่างๆ ที่พร้อมทำงานทันที หรือ ระบบอื่นๆ ที่ต้องพร้อมทำงานทันที เมื่อ มีสิ่งใดทำงานผิดพลาด เพราะมันเป็นศูนย์รวมของ Server ขนาดเล็กไปจนถึง Server ที่อาจจะมีความสำคัญถึงขั้น ความเป็นความตาย ของคนเลยก็ว่าได้

ให้ลองยกตัวอย่างดูว่า:  สมมุติว่าเรานั่งเครื่องบินอยู่บนฟ้า, เครื่องบินเหล่านี้กว่าจะไปอยู่บนฟ้าได้ ต้องมี ศูนย์สั่งการ รวมถึงข้อมูลโปรแกรมที่ Run จาก Server ที่อยู่ใน Data Center, หากห้อง Data Center มีปัญหาก็ทำให้ Server ต่างๆทำงานผิดปกติไป ซึ่งอาจจะทำให้พนักงานที่ขับเครื่องบิน หรือ ที่อยู่หอบังคับการไม่สามารถสั่งการให้เครื่องบินลงจอด หรือ สั่งการผิดพลาดไป ก็อาจถึงแก่ชีวิตคนบนเครื่องได้เลย 

แทบจะ 24x7 เลยก็ว่าได้
Data Center ไม่มีวันหยุดราชการ และ ไม่มี แม้แต่เสี้ยววินาที ที่จะผิดพลาด เพราะ มี Server จำนวนมากอยู่

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ไหนดี สำหรับธุรกิจเท่านั้น


ต้องมีวิศวกรคอยควบคุมการทำงานอยู่ตลอด 

Data Center ชอบให้มีคนเอาใจ แล้ว ต้องไม่ใช่คนธรรมดา ต้องเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ ที่มีความเชี่ยวชาญในสายสาขา Network Engineering ที่คอยดูแล รักษา ให้ Server ต่างๆ นั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวมถึงดูแล Web Server
ต้องมีทีมวิศวกรที่คอยดูแลศูนย์ข้อมูล และ Server อยู่ตลอดเวลา

ไม่มีพื้นที่สำหรับ คำว่า ไฟดับ

Server เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิก ระบบไฟ เป็นหัวใจ ของการทำงานของ Server ถ้าเกิดไฟดับ, ต้องมีระบบสำรองไฟที่ได้มาตรฐานและสามารถทำงานทดแทนได้ทันที เมื่อระบบไฟฟ้าหลักนั้นขัดข้อง 

ต้องมีระบบสำรองไฟที่เป็นมาตรฐาน

Data Center ต้องมีการเชื่อมต่อที่มีความเร็วสูง

Server ทุกเครื่องต้องถูกเชื่อมต่อกับ ISP ด้วยสาย Gigabit ซึ่งมีความเร็วและมีช่องสัญญาณที่มากและเร็วที่สุด เพื่อให้การติดต่อระหว่างคุณไปยัง Server ในห้อง Data Center นั้นมีความรวดเร็ว
ที่มีความเร็วสูง
การเชื่อมต่อระหว่าง Web Server กับ อินเตอร์เน็ตนั้นมีความสำคัญมาก อินเตอร์เน็ตนั้นต้องมีความเร็วสูง

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ไหนดี สำหรับธุรกิจเท่านั้น


Data Center ต้องมีความปลอดภัยสูงสุด

เมื่อรู้ว่าในห้อง Data Center มีความสำคัญ ขนาดนี้ และ ยังเป็นศูนย์รวมการเก็บข้อมูลที่เป็นความลับ ดังนั้น ต้องไม่มีใครเข้าไปในห้อง Data Center ได้ง่ายๆ รวมถึงต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เช่น การสแกนลายนิ้ว มือ จนถึงสแกน ม่านตาเลยก็ได้

รวมถึง Web Server ก็ต้องมีการรักษาความปลอดภัยที่เป็นมาตรฐาน
ระบบสแกนลายนิ้วมือ เป็น ระบบหนึ่ง ที่ใช้ควบคุมความปลอดภัยในการเข้าไปที่ Web Server

Data Center ต้องถูกควบคุมอุณหภูมิให้เย็นและมีความชื้อคงที่ตลอดเวลา

ขนาดทีวี ยังมีร้อน แล้ว Server ที่มันมีหน้าที่ประมวลผลอยู่ตลอดเวลา มันก็ต้องมีความร้อน ดังนั้น ห้อง Data Center ต้องมีระบบรักษาความเย็นที่คงที่ ซึ่งค่าปกตินั้นอยู่ที่ประมาณ 25 องศา และ มีความชื้นที่เหมาะสม, ไม่อย่างนั้น Server มันก็คงร้อน และ พัง ทำให้เว็บล่มไปในที่สุด

ให้ Server นั้นไม่ร้อนเกินไป
อุณภูมิของห้อง Data center ต้องมีความคงที่ เพราะหากร้อนเมื่อไหร่ Server อาจจะเสียได้

ต้องมีคน Monitor หรือ ดู สถานะของ Server ต่างๆ อยู่ตลอดเวลา

Data Center ต้องมีคนคอยดูสถานะของ Server ต่างๆ ที่ถูกตั้งอยู่ในห้อง ว่ามีการทำงานผิดเพลี้ยนไปหรือไม่, และ พร้อมในสถาณการณ์ต่างๆ อยู่เสมอ

ต้องมีคนคอย Monitor หรือ สถานะ ของ Server อยู่ตลอดเวลา

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ไหนดี สำหรับธุรกิจเท่านั้น



ภาษา HTML คือ อะไร และ จะนำขึ้นเว็บไซต์ได้อย่างไร

HTML คือ อะไร ?

HTML หากไม่พูดให้มันเวิ่นเว้อ มันก็คือ ภาษาหลักๆ ที่คนทำเว็บทั้งโลกใช้งานกัน ยกตัวอย่าง ภาษาอังกฤษเวลาคุณไปเที่ยวประเทศไหนแค่คุณพูดภาษาอังกฤษเป็นคุณก็สามารถสื่อสารได้รู้เรื่อง เพราะภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักที่นิยมใช้กันทั่วโลก เช่นเดียวกัน กับภาษา HTML

ภาษา HTML คือ อะไร
เนื่องจากเป็นภาษาที่ Web Server เกือบทั้งโลกรองรับการใช้งาน ถ้าไม่รองรับก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว เพราะมันเป็นภาษาพื้นฐานที่สุดที่คนทำเว็บต้องทำเป็นภาษาแรก, ซึ่งโดยส่วนใหญ่ผู้ให้บริการ Web Hosting จะรองรับอยู่แล้ว หากคุณยังเป็นมือใหม่ ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก ว่าจะเลือกใช้ที่ไหนดี เพราะทุกที่มันรองรับหมด

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ไหนดี สำหรับธุรกิจเท่านั้น

แบบไหนเรียกว่าภาษา HTML

หากในเว็บคุณมี Code ประมาณว่า
<head>
<body></body>
</head>

ประมาณนี้รวมถึงนามสกุลของไฟล์เป็น xxx.html แล้วด้วย ก็แปลว่าเว็บของคุณเป็นภาษา HTML

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ไหนดี สำหรับธุรกิจเท่านั้น

จะเลือก Web Hosting ที่ไหนดีที่รองรับเว็บภาษา PHP ที่ดีที่สุด ?

จะเลือกผู้ให้บริการ Web Hosting (เว็บโฮสติ้ง) ที่รองรับภาษา PHP ที่ไหนดี

จะเลือกผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ไหนดี เพื่อรองรับการทำงานของภาษา PHP
คำสั่ง <?php echo "ddd"; ?> เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันสำหรับในหมู่โปรแกรมเมอร์ หรือ นักทำเว็บเพราะเป็นภาษาที่ได้รับความนิยมมากภาษาหนึ่งในวงการเว็บเลยทีเดียวก็ได้, ภาษา PHP เป็นภาษาที่พัฒนามาจาก C++ (ซึ่งอาจจะเคยโดนบังคับเรียน) ต่างจาก .Net ที่มีรากฐานมาจากภาษา Visual Basic (VB) ของค่าย Microsoft

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด


ทำไมภาษา PHP ถึงเป็นที่นิยมในหมู่นักทำเว็บ

ที่รองรับภาษา PHP
รูปแบบทั่วไปของภาษา PHP


หากพูดกันตรงไปตรงมาเลย คือ ภาษา PHP มันสามารถ Run หรือ ทำงานภายใต้ Server หรือ Web Hosting ที่เป็นระบบปฎิบัติการ Linux ซึ่งคนทั้งโลกรู้ว่ามันเป็นระบบปฎิบัติการฟรี หรือ Open Source ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการ Web Hosting สามารถให้บริการในราคาที่ถูกกว่า 

ในทางกลับกัน .Net เป็นภาษาที่ทำงานภายใต้ Web Hosting ที่เป็นระบบปฎิบัติการ Microsoft Server ซึ่งเป็น OS ที่มีค่าลิขสิทธ์ ทำให่้ผู้ให้บริการ Web Hosting ขายในราคาที่แพงกว่า

ภาษา PHP มันยังสามารถทำงานได้ดีร่วมกับ ฐานข้อมูล MySQL ซึ่งมันก็เป็น ระบบพื้นฐานที่มากับ Direct Admin ของ Linux Server

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

จะเลือก Web Hosting ที่ไหนดี ที่รองรับการทำงานภาษา PHP

หากคุณเป็นโปรแกรมเมอร์ขั้นเทพปัญหาที่โปรแกรมเมอร์ขั้นเทพส่วนใหญ่พบ คือ เมื่อเรา Run ภาษา PHP ในเครื่องคอมพิวเตอร์เรา มันสามารถแสดงผลได้ตามต้องการ แต่ในทางกลับกัน เมื่อเรา Upload ขึ้นสู่ Web Hosting มันไม่สามารถทำงานบางคำสั่งได้ เพราะผู้ให้บริการ Web Hosting แต่ละเจ้าก็มีการ Config ค่า php.ini ไว้เป็นค่ากลางๆ ซึ่งอาจจะทำให้บางคำสั่งของคุณทำงานได้, ดังนั้น คุณควรจะสอบถามผู้ให้บริการ Web Hosting ก่อนว่า คำสั่งนี้สามารถรองรับการใช้งาน ได้บน Web Hosting ของผู้ให้บริการได้หรือไม่ โดยเฉพาะคำสั่ง หรือ Function ที่แปลกๆ หรือ เทพๆ ขึ้นมา

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

ใช้ฐานข้อมูลอะไรทำเว็บไซต์ดี แนะนำว่าเป็น MYSQL

ใช้ฐานข้อมูลแบบไหนทำเว็บไซต์ (Web Site) ดี

ฐานข่้อมูลในโลกนี้ จริงๆ แล้ว มีอยู่ไม่กี่เจ้า แต่สำหรับ คนทำเว็บนั้นคงเป็นที่ทราบดีว่า MySql ถือเป็น ฐานข้อมูลที่เป็นที่นิยมใช้งานกันทั่วโลก, รวมถึงผู้ให้บริการ Web Hosting ก็มีให้บริการกันแพร่หลาย แถมยังมีตัวบริหารจัดการให้ด้วยใน Direct Admin ที่ชื่อว่า PHPMyAdmin 



วิธีเลือกฐานข้อมูลเพื่อทำเว็บไซต์

ทำไมต้องใช้ MySql ในการทำเว็บ



ผู้นิยมใช้กันใน Web Hosting
ทำไม Web Hosting ถึง Support My Sql Database
ฐานข้อมูล MySQL นั้น เหมาะสำหรับนักพัฒนาเว็บไซต์ทั่วไป จากประสบการณ์ของผู้เขียนนั้นพบว่าเหมาะสำหรับข้อมูลที่มีไม่เกิน 1,000,000 Reccord หรือ หนึ่งล้านแถว ต่อ 1 Table, เพราะคนที่ทำเว็บส่วนใหญ่นั้น ก็ใช้ฐานข้อมูลไม่เยอะเกินล้านแถวหรอก นอกจากจะเป็นเว็บเมกะโปรเจ็กจริงๆ ที่ต้องใช้ฐานข้อมูลระดับ BIG อย่าง DB2 และ Oracle ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่เลือกใช้, แต่ไม่เป็นที่นิยมสำหรับนักพัฒนาเว็บ เพราะ ต้องใช้กระบวนการติดต่อ (Connector) ที่มีความซับซ้อน รวมถึงมีราคาที่สูงด้วย

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด


MySQL นั้นรองรับการใช้งานสำหรับเว็บไซต์บริษัท เว็บที่มีระบบภายใน ที่มีขนาดข้อมูลที่ไม่ใหญ่เว่อร์มากและผู้ให้บริการส่วนใหญ่ก็จะมี PHPMyAdmin ให้เราบริหารจัดการฐานข้อมูลได้ง่ายๆ แค่รู้จักคำว่า Insert, Update, Delete เป็นพอ

ปัญหาของฐานข้อมูล MySQL เรื่องภาษาไทย

เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าไม่ว่าจะฐานข้อมูลใดก็ตามในโลกนี้มันถูกออกแบบมาให้ใช้งานเพื่อเก็บข้อมูลที่เป็นภาษาอังกฤษก่อน แล้่วค่อยพัฒนา มาให้รองรับภาษาต่างๆ เช่น ภาษาไทย, ปัญหาที่ผู้ใช้งาน Web Hosting ส่วนใหญ่พบ คือ ภาษาไทยผิดเพี้ยน บางทีก็แปลงเป็นตัว ????? หรือ บางทีก็เป็นตัวหนังสือที่อ่านไม่ออก, ดังนั้นข่้อแนะนำของผู้เขียน คือ ควรที่จะทดสอบจริงๆ บน Web Hosting ก่อนเลย ว่าการเขียนโปรแกรมของเราในลักษณะนี้ เมื่อ Online จริงๆ ภาษาจะผิดเพี้ยนไปมั้ย เพราะโดยส่วนใหญ่เลย คือ ในเครื่องไม่มีปัญหา แต่พอเอาขึ้นเว็บปุ๊ปภาษาเพี๊ยน แล้ว เผลอ ใส่ข้อมูลเข้าไปเยอะแล้วด้วย ต้องคอยมานั่งแก้ กันยกใหญ่เลยทีเดียว

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด