วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

การใช้ File Manager หรือ Upload file ผ่านหน้าเว็บ ใน Web Hosting Direct Admin

File Manager

ผ่านหน้าเว็บไซต์
การใช้ File Manager ใน Web Hosting Direct Admin


File Manager เป็นทางเลือกหนึ่งในการจัดการไฟล์ต่าง ๆ บน Host  โดยสามารถใช้งานผ่าน Web Browser ได้เลย จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการอัพโหลดไฟล์ ในขณะที่ไม่สะดวกในการงานโปรแกรม FTP

ส่วนประกอบหลักและการใช้งานฟังก์ชั่นต่าง ๆ 

1. เมื่อเข้ามาหน้า Home ในหมวดของ Your Account ให้ทำการคลิกที่หัวข้อ File Manager


หัวข้อ File Manager ใน Direct Admin

2. เมื่อคลิกเข้ามาใน File Manager แล้วจะเจอ รายการไล์ต่าง ๆ ที่อยู่ใน Host ห้ามทำการลบไฟล์ หรือโฟลเดอร์ที่เราไม่รู้จักใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะทุกไฟล์ และ โฟล์เดอร์มีความสำคัญหมด

หากมีการลบอาจจะทำให้การเข้าใช้งานผ่าน Web browser มีปัญหา


3. ในโฟล์เดอร์ของ public_html ให้ทำการเก็บไฟล์ทั้งหมดไว้ในโฟลเดอร์นี้เท่านั้น เพราะ ถ้าหาก ไว้ที่
โฟลเดอร์อื่น การเรียกใช้ไฟล์จะไม่สามารถทำได้ ซึ่งควรมี index.html หรือ index.php ไว้ในหน้านี้เพราะ จะเป็นหน้าแรกในการเข้าผ่าน Web browser

index.html และ .index.php


4. หากต้องการสร้าง Folder ใหม่ ให้ทำการคลิกที่ Create New Folder แล้วใส่ชื่อ Folder ที่ต้องการ แล้วกดปุ่ม Create


5. การอัพโหลดไฟล์ ให้คลิกที่ Upload files to current directory เลือกไฟล์ที่ต้องการ สามารถทำการเลือกไฟล์เพิ่มให้ทำการ คลิก เพื่ออัพโหลดในช่องถัดไป


แต่ละครั้งสามารถอัพโหลดไฟล์ได้สูงสุด 8 ไฟล์


6. หากต้องการลบไฟล์ที่ไม่ใช้งานแล้วเพื่อประหยัดพื้นที่การใช้งาน ให้ทำการติ๊กถูก ด้านหลังในช่องของ Select แล้วคลิกที่ปุ่ม Delete


ก่อนลบควรทำการตรวจสอบอย่างละเอียด

 7. การ Set Permission เป็นการกำหนดการอนุญาติให้บุคคลต่าง ๆ การเข้าใช้งาน การติดต่อไฟล์ โฟลเดอร์นั้น

การตั้งค่า Permission มีความสำคัญมาก อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ไม่สามารถเข้าใช้งานได้

โดยค่า Permission ที่ใช้งานบ่อย ๆ จะมีค่าดังนี้

644 คือ การอนุญาติให้คนทั่วไปอ่านได้อย่างเดียว
755 คือ การอนุญาติให้ผู้ใช้งานทั่วไปใช้งานได้ แต่ไม่สามารถทำการแก้ไขได้
777 คือ การอนุญาติให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถ อ่าน เขียน และทำการแก้ไข ใช้งานได้ทุกอย่าง

เพื่อความปลอดภัยในการเข้าใช้งาน การตั้งค่า Permission 7777 เป็นค่าที่ไม่สามาถป้องกัน หรือ มีความปลอดภัยน้อยที่สุด หากไม่จำเป็นอย่างตั้ง Permission เป็น 777 เพราะ จำทำให้เว็บเสี่ยงต่อการโดน Virus และ Hacker มากที่สุด


บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด

วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วิธีการใช้ฐานข้อมูล MySQL Management ในเว็บโฮสติ้ง DirectAdmin

MySQL Management    

วิธีการใช้ MySQL Management ใน DirectAdmin


เว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่มีการอัพเดตข้อมูล จำเป็นต้องใช้ฐานข้อมูล MySQL เพื่อทำการ กำหนด อนุญาต และ Username Password สำหรับเข้าใช้งาน MySQL Management ใช้ในการจัดการเกี่ยวกับ Database เมนูหลักๆที่ใช้งานได้แก่ การสร้าง Database ใหม่ กำหนด PhpMyadmin ที่ใช้สำหรับการจัดการข้อมูล ตลอดจนเพิ่ม-ลด Upload Backupข้อมูลต่าง ๆ

1. เมื่อเข้าหน้า Home แล้ว ในหมวดของ Your Account เลือกที่ MySQL Management

คลิกเพื่อทำการสร้าง DATABASE ใหม่

2. คลิกที่ Create New Database เพื่อสร้างฐานข้อมูลใหม่ และกำหนดการตั้งค่า ต่าง ๆ




3.3. จากนั้นให้ใส่ข้อมูลให้ครบ และ ทำการตรวจสอบ อย่างละเอียด เพื่อป้องกันการ ลืม และ ซับซ้อนของข้อมูล
Database Name : คือชื่อของฐานข้อมูล
Database Username : คือชื่อของยูเซสที่่
Username Password : คือรหัสของฐานข้อมูล
Confirm Password : ยืนยันรหัสผ่านอีกที

หากกด Random โปรแกรมจะทำการตั้ง Password ให้ หลังจากนั้นกดคำว่า Create

4. หลักจากที่กด Create แล้ว ระบบจะทำการโชว์รายละเอียด ทั้งหมด โดยที่เราจะไม่ลืมค่าต่าง ๆ เพราะจำเป็นต้องนำไปใช้ในการใช้งานครั้งต่อไป


Username: Password: สามารถเปลี่ยนแก้ไขได้ แต่จำเป็นต้องยืนยันการใส่ Password เดิม อยู่


บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด

วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เว็บติดไวรัส (Virus) แก้ไข หรือ ทําไงดี และ แก้ไขอย่างไร

ปัญหา Web Site ติดไวรัส แนวทางแก้ไขปัญหา และ การป้องกัน

โลกแตกทันที เมื่อเว็บไซต์ติดไวรัส !

ไม่มีใครในโลกนี้ต้องการให้เว็บไซต์ (Web Site) ที่เราทำมากับมือ ติดไวรัสไปต่อหน้าต่อตา, ทั้งๆที่เราก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อป้องกัน ทั้งลงสแกนไวรัสไว้ในคอมพิวเตอร์ตัวเอง, เขียนเว็บรวมถึงเขียนโปรแกรมเพื่อปิดช่องโหว่ทุกช่องทางแล้ว แต่ก็ดันโดนไวรัสอีกจนได้ !

สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เว็บไซต์ (Web Site) ของคุณติดไวรัส

  • โปรแกรม FTP ของคุณติดไวรัส, ซึ่งเป็นสาเหตุยอดฮิตติดอันดับ เพราะไวรัสที่คุณติดมาจะมีการเจาะเข้าไปยังโปรแกรม FTP ของคุณเพื่อขโมย Username และ Password ของ Account FTP ของคุณมา, หลังจากนั้นมันก็จะ เขียน Code เพิ่มเข้าไป 2-3 บรรทัด ในทุกๆไฟล์ ซึ่งทำให้ไฟล์ในเว็บเป็นไวรัสในที่สุด
  • เครื่องของคุณติดไวรัส, ไวรัสบางตัวในคอมพิวเตอร์ของคุณมันก็ทำหน้าที่คล้ายๆ กับ ข้อ แรก คือ ไป เขียน Code เพิ่มเข้าไป 2-3 บรรทัด ในทุกๆไฟล์ ซึ่งทำให้ไฟล์ในเว็บเป็นไวรัสในที่สุด
  • Script .js , การที่คุณมีการเรียกไฟล์ .js จากเว็บอื่นๆ เข้ามาที่ไม่ได้อยู่ภายในเว็บตนเอง, บางครั้ง .js เหล่านั้น อาจจะมีการแอบจู่โจมทำให้เว็บไซต์ของคุณติดไวรัสในที่สุด

วิธีแก้ไขปัญหาเมื่อเว็บไซต์ (Web Site) ของคุณติดไวรัส

  • เปลี่ยน Password FTP โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้, และ หวังว่าคุณจะไม่ตั้ง Password ใหม่เป็น 1234 นะ, เพราะถ้าเป็น Password แบบนี้ ไม่ต้องถึงระดับ ไวรัส แค่ Hacker คนธรรมดาก็เดาออกได้แล้่ว
  • ควร Backup Code เว็บไซต์ของคุณ อีกชุดนึงอยู่เสมอๆ, เพราะเมื่อเว็บติดไวรัส อย่างมากคุณก็เอา File ที่เคย Backup ขึ้นไป (แต่อย่าลืม Zip มันก่อนนะ) ไม่งั้นไวรัสก็ไปติดไฟล์ที่คุณ Backup ไว้อีก
บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้นำ ผู้ให้บริการ Web Hosting สำหรับธุรกิจ ที่ดีที่สุดในประเทศไทย

Public IP หรือ Dynamic หรือ IP จริงคืออะไร

"IP Address" หรือที่เรียกสั้นๆว่า IP นั้น ย่อมาจากคำว่า Internet Protocol ซึ่งเป็นหมายเลขประจำเครื่องของเครื่องคอมพิวเตอร์ หากจะอธิบายให้เห็นภาพหน่อยก็จะเปรียบเสมือนบ้านเลขที่ของเรานั่นเอง

Public IP หรือ Dynamic IP คืออะไร และได้มาอย่างไร? 

Public IP หรือ Dynamic IP จะได้รับมาตอนที่เราเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ผู้ให้บริการเครือข่ายอินเตอร์เน็ต หรือ ISP (Internet Service Provider) อย่างเช่น True, TOT, 3BB เป็นต้น จะเป็นผู้แจก IP Address ให้กับเครื่องเรา ซึ่ง ISP จะเป็นผู้กำหนดหมายเลขให้ เช่น เมื่อเราเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตครั้งแรก ISP จะส่ง IP มาให้กับเครื่องเรา สมมติคือ 27.145.100.134 แต่หากสัญญาณหลุด (เน็ตล่ม) และเชื่อมต่ออีกครั้ง IP Address ที่ได้จะมีตัวเลขที่เปลี่ยนไป (Dynamic = เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา) มองภาพเหมือนการเช่าคอนโดหรือไปพักโรงแรม เราจะได้เลขที่ห้องมา ซึ่งเลขที่ห้องนี้ไม่ได้มีชื่อเราเป็นเจ้าของแต่อย่างใด 


ถ้าอยากมี IP จริง ต้องทำอย่างไร 

Static IP หรือ IP จริง นั้นจะได้มาจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายพอสมควร ผู้ให้บริการบางรายอาจจะคิดราคาสูงถึง 1,000 บาทต่อเดือนเลยทีเดียว ซึ่ง IP จริงที่ว่านี้ เราเป็นผู้ครอบครอง ตราบใดที่เรายังใช้บริการกับ ISP อยู่เราก็จะได้รับ IP Address ที่ไม่เปลี่ยนแปลง (Static) จะไม่ใช่แบบ Dynamic ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พูดง่ายๆเหมือนเวลาซื้อบ้าน ที่อยู่ สำมะโนครัวต่างๆ ก็เป็นชื่อเรา

วิธีการเช็ค IP Address ของเครื่องเรา 

1. ไปที่ Start --> Run --> พิมพ์คำว่า "cmd" --> บนหน้าจอสีดำ พิมพ์ว่า "ipconfig" จากนั้นกดปุ่ม Enter

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้ง Web Server  สำหรับหน่วยงานทางธุรกิจ

ทำเว็บยังไงไม่ให้โดน Hack หรือ โดนเจาะ จาก Hacker แฮกเกอร์


ไม่มีคนทำเว็บไซต์คนไหน, ที่อยากเห็นเว็บตัวเองโดนแฮก (Hack) อย่างแน่นอน


สาเหตุหลักที่ทำให้ เว็บ ของคุณโดน Hack

หากดูในข่าวตามสื่อต่างๆ คงคิดว่าการ Hack คงเป็นเรื่องสำหรับ นักคอมพิวเตอร์ขั้นเทพ พร้อมเทคโนโลยีขั้นสูง, แต่ในความเป็นจริง พูด ได้คำเดียวว่า ใช่,  แต่กลุ่มบุคคลเหล่านั้นที่เรียกว่า Hacker นั้นคงไม่เสียเวลามานั่งเว็บเล็กๆ ของคุณ เพราะบอกได้คำเดียวว่าไม่มีใครมาเสียเวลาทำ

เส้นผม บังภูเขา จริงๆ นะ

จากประสบการณ์ในแวดวงเว็บไซต์ของผม ตั้งแต่ ทำเว็บเล็กๆ ไปจนถึงเว็บหน่วยงานใหญ่ๆ ของประเทศ รวมถึงหน่วยงานรัฐที่มีชื่อเสียงมากพอที่จะทำให้ Hacker อยากจะเข้ามา Hack เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ตนเอง แต่เอาเข้าจริง เมื่อเว็บไซต์ของผมเกิดปัญหา หรือ มีอะไรผิดปกติ คิดว่า Hacker เข้ามา Hack,

ทีมของผมก็มีหน้าที่ทำงาน Monitor Server กันอย่างเต็มที่, ว่ามีใครแอบมาดูดฐานข้อมูลที่เป็นความลับมากในเว็บเราไปหรือเปล่า และ หลายๆ ครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้สิ่งที่เราพบคือ ไม่ใช่ Human หรือ คน, แต่มันถูกล้วงข้อมูลเข้ามาผ่าน Bot (Script จาก ไวรัส) ทำการเข้าไปป่วนเล่นๆ และ ก็เอาข้อมูลเราไป รวมถึงยังโชว์เป็น IP ที่ดูเหมือน Human เข้ามา Hack ไว้ให้เราดูต่างหน้าด้วย

สาเหตุหลักของเว็บที่โดน Hack คือ โปรแกรม FTP

จริงๆแล้วเว็บของคุณไม่ได้โดน Hack, ประเด็น คือ เว็บคุณติดไวรัส เพราะ Password ของ Account FTP ที่เอาไว้ Upload ข้อมูลไปยัง Web Hosting นั้นโดนแฮก ซึ่งการทำงานหลักๆ ที่เว็บโดนแฮกนั้น ที่ผมพบเจอแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท 

  1.  ไวรัสที่ไปเขียน Code หรือ Script ในไฟล์ทุกไฟล์ในระหว่างการ Upload, โดยจะมีการแอบเขียน Code เข้าไป ซึ่งส่งผลให้เว็บไซต์ของคุณดูเหมือนว่าติดไวรัสโดยทันที
  2. Hacker  บางรายที่เขียนโปรแกรม Hack เว็บจำนวนมากๆ เมื่อ เครื่องของคุณ โดยเฉพาะไวรัสบางตัวที่ไป Hack เอา Password ของ Account FTP ได้,  ไวรัสเหล่านั้นจะ Upload โดยเฉพาะไฟล์ index.html ไปยัง Web Hosting ของคุณ, ทำให้เว็บหน้าแรกของคุณแสดงเป็นข้อความที่ Hacker ต้องการ

ทำยังไงไม่ให้เว็บโดน Hack (แฮก)


  1. ควรใช้โปรแกรม FTP ที่เป็น Free ware, ซึ่งคนทำเว็บหลายคนมักคิดว่า ถ้าเป็นของฟรีย่อมไม่ดี หรือ มีโอกาสติดไวรัสและโดน Hack ได้ง่ายกว่า, แต่เอาเข้าจริงๆ จากประสบการณ์ ของฟรีที่ผมใช้มาทั้งหมด ไม่เคยมีเว็บไซต์ไหนที่ติดไวรัสเลย
  2. อย่าไปกด Link ใดๆ ใน Email ถ้าคุณไม่มั่นใจจริงๆ
  3. อย่าเข้าเว็บอะไรที่มัน อะนะ โดยเฉพาะเว็บ xxx ทั้งหลาย, เพราะเว็บจำนวนมากแอบแฝงไปด้วยไวรัส อันนี้เรื่องจริง (ผมคอนเฟิม 555)
  4. หากคุณคิดว่าไม่อาจยับยั้งตั้งใจในข้อที่ 3 หรือ ข้อที่ 2 ได้ วิธีสุดท้ายคือ โปรลงโปรแกรม Antivirus และที่สำคัญต้อง Update ให้เป็นล่าสุดด้วย

ทำอย่างไรเมื่อเว็บโดน Hack (แฮก) ไปแล้ว

  1. รีบเปลี่ยน Password ของ FTP ให้เร็วที่สุด, และ อย่าไป Connect หรือ FTP ไปยัง Web Hosting จากโปรแกรมและคอมพิวเตอร์เครื่องเดิมโดยเด็ดขาด, เพราะนั้นแสดงว่าคอมพิวเตอร์ของคุณติดไวรัสอยู่
  2. ควร Format คอมพิวเตอร์ของคุณทุก Drive แล้วลง Window ใหม่โดยทันที พร้อมกับลงโปรแกรม Antivirus ที่ Update ที่สุด, หลังจากนั้นค่อยลงโปรแกรม FTP, แล้วทำการเชื่อมต่อไปยัง Web Hosting ใหม่
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
บริษัทที่ให้บริการเว็บโฮสติ้ง มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ของประเทศไทย

วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2556

Web Hosting ราคาถูก เว็บโฮสติ้งราคาถูกมีอยู่จริงหรือ ?

Web Hosting ราคาถูก ดีหรือไม่ และ มีอยู่จริงมั้ย ?

คุณไม่ผิดที่จะต้องซื้อของเว็บโฮสติ้ง ที่ถูกที่สุด !

แต่คุณอาจจะคิดผิด, เมื่อพบว่า เว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) ที่คุณซื้อมาในราคาถูกนั้น มีปัญหาการใช้งาน เช่น ล่มบ่อย, ไม่ได้ Spec ตามที่เขียนเอาไว้ตอนซื้อ จนถึงติดต่อผู้ให้บริการไม่ได้, หรือ แม้กระทั่งเว็บไซต์มีปัญหา ไม่ทำงานตามคำสั่งที่เราเขียนไว้


โฮสติ้ง (Web Hosting) ราคาถูก มีจริงหรือ ?

จากประสบการณ์ตรงของผมมากกว่า 10 ปี ตั้งแต่ใช้อินเตอร์ 56 Kbps ผ่าน Modem, ถ้าจะเช่า Web Hosting สัก 200 MB  ต้องมีเงินประมาณมากกว่า 5,000 บาท, ซึ่งกลับกันกับสมัยนี้ที่ท่านอาจจะหาซื้อได้ในเงินเพียง 200 กว่าบาท จนถึง 4,000 บาท 

ซึ่งขณะนี้ในเวลานี้ ผมยังทึ่งกับผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ให้บริการในหลักร้อยกว่าบาทต่อปี ว่าทำไมมันถูกจัง แล้วผู้ให้บริการจะได้กำไรอะไร, แค่โทรหาลูกค้า วางบิล ส่งบิล ก็อาจจะหมดไปร้อยกว่าบาทแล้ว นี่ยังไม่รวมถึงต้นทุนจริงๆของธุรกิจคือเครื่อง Server อีก, 

จนกระทั่งผมได้พบกลุ่มคนจำนวนมากเกิดปัญหาคือ, ติดต่อ ผู้ให้บริการ Web Hosting ไม่ได้ เพราะคนขายหายไปแล้ว, กลุ่มคนเหล่านี้บางทีอยากจะต่ออายุ Web Hosting และ Domain พูดง่ายๆ คือ อยากจะจ่ายเงิน แต่ไม่รู้จะจ่ายให้ใคร, แล้วก็ต้องนั่งเห็นเว็บไซต์ตัวเองค่อยๆ หายไป โดยไม่รู้จะทำอย่างไร

ธุรกิจเว็บโฮสติ้ง ใครๆ ก็ทำได้

เป็นเรื่องที่พวกเราในฐานะผู้บริโภคต้องทำความเข้าใจว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ใครที่พอรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ในระดับหนึ่ง, ก็สามารถเปิดให้บริการเว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) ได้แล้ว ตั้งแต่ ไปเป็นตัวแทนจำหน่ายเว็บโฮสติ้งให้บริษัทใหญ่ๆ, จนถึงฝึกทำเว็บโฮสติ้งที่บ้านเอง ดังนั้น การตรวจสอบว่าผู้ให้บริการนั้นมีความมั่นคงมากพอที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณใช้งานได้ ไปหลายๆปี โดยที่เค้าไม่มีปัญหาธุรกิจ หรือ พูดง่ายๆ คือ เจ๊ง จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

ราคาถูก ใครๆ ก็อยากซื้อ

ถึงคุณจะมีเงินรวยล้นฟ้า หรือ มีน้อย, ​ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าทุกคนอยากจ่ายเงินอย่างประหยัด หรือ พูดตรงๆ คือ ถูกที่สุด, แต่ต้องเป็นที่ยอมรับและคุณต้องทำความเข้าใจว่า ราคามันก็ควรจะอยู่ภายใต้ราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่ถูกจนขนาดเราคิด ยังคิดอยู่เลยว่าเค้าอยู่ได้ยังไงกับเงินแค่นี้แล้วบริษัทผู้ให้บริการจะอยู่ได้อย่างไร

การซื้อเว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) กับ บริษัทจำกัด

ในฐานะที่เราเป็นคนธรรมดา ก็พอรู้ว่าถ้าซื้อของกับบริษัท ควรจะได้ของที่ดีและได้รับการบริการดีกว่าการซื้อกับบุคคลธรรมดา, เพราะบริษัทเหล่านั้นมีที่ตั้งบริษัทที่ชัดเจน และ สิ่งสำคัญคือ บริษัท ทุกบริษัท กลัวเสียชื่อ หากให้บริการลูกค้าไม่ดี หรือ อาจจะถูกหน่วยงานรัฐตรวจสอบได้ หากมีเรื่องร้องเรียน ตั้งแต่ โดนเอาเปรียบ, ได้รับการบริการที่ไม่ดี เป็นต้น ดังนั้นหากคุณมีกำลังพอที่จะจ่ายเงินแพงกว่านิดหน่อย, ผู้เขียนก็แนะนำให้ซื้อกับผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้ง ที่เป็นบริษัทอยู่ดี

บทความนี้ถูกเขียนโดยผม, ซึ่งเป็นความคิดเห็นและประสบการณ์ตรง ที่ผมพบมา, ตั้งแต่ประเทศไทยเริ่มมีอินเตอร์เน็ตประมาณ 10-15 ปี ที่แล้ว, ซึ่งผมผ่านประสบการณ์มาการให้บริการเว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) มาทุกรูปแบบ, จึงนำมาแชร์ให้คนที่กำลังมองหาเว็บโฮสติ้ง ควรไตร่ตรอง และ มีความรอบครอบ ในการเลือกซื้อ เว็บโฮสติ้งที่มีราคาสมเหตุสมผล ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ จากผู้ให้บริการที่มีจำนวนมากมายในตลาด

บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting มาตรฐานสากล

5 เหตุผล ที่ทำไมคุณควรเลือกซื้อ "เว็บโฮสติ้ง (Web Hosting)" กับ บริษัทใหญ่ๆ

ทำไมคุณต้องยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อซื้อเว็บโฮสติ้ง ทั้งๆ ที่ Spec เว็บอื่นเท่ากัน ?


ทำไมต้องเลือกซื้อเว็บโฮสติ้งกับบริษัทใหญ่ๆ ทั้งๆ ที่มันแพงกว่า ?

นี่คือเหตุผลสุดคลาสสิค, เมื่อคุณเป็นนักช้อปปิ้ง คุณคงเกิดความแปลกใจว่าทำไมแต่ละที่ราคาไม่เท่ากัน, แค่ไม่เท่ากันยังไม่พอ บางที่ราคาแพงกว่า หลายเท่าตัว, มันต้องมีเหตุผลแน่ๆ ที่คุณต้องถามอยู่ในใจว่า
ทำไมคุณจะต้องยอมจ่ายเงินแพง เพื่อเลือกซื้อ เว็บโฮสติ้ง กับ บริษัท มากกว่า การเลือกซื้อกับเว็บที่ขายทั่วไป, ผู้เขียนขอบอก 5 เหตุผลที่สุดจะคลาสสิค ว่าทำไมคุณควรเลือกซื้อ เว็บโฮสติ้ง กับบริษัทที่มีความมั่นคง และ ต้องยอมเสียเงินเยอะกว่า


  1. บริษัท ไม่ได้เปิดกันง่ายๆ, บริษัทยิ่งใหญ่และเปิดมานาน ย่อมทำให้คุณรู้สึกมั่นใจว่า เงินที่คุณจ่ายไป จะได้เว็บโฮสติ้งที่มีคุณภาพและมาตรฐาน, เพราะบริษัทใหญ่ๆ คงไม่ลอยแพ หรือ ไม่ดูแลคุณ จนทำให้บริษัทที่ขายเว็บโฮสติ้ง เสียชื่อเสียงแน่นอน
  2. โทรไปไม่มีคำว่าปิดเครื่อง, หากคุณจ่ายเงินในราคาถูกคุณอาจจะพบเหตุการณ์ โทรไปหาผู้ให้บริการแล้วปิดเครื่อง, หรือติดสาย ซึ่งนี่เป็นเรื่องจริงสำหรับผู้ใช้บริการโฮสติ้ง คือ แรกๆ ก็ดีอยู่, ใช้ๆ ไปติดต่อผู้ให้บริการไม่ได้
  3. เว็บไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องมี แต่มันเป็นสิ่งที่คุณต้องมีในการทำธุรกิจยุคนี้, ดังนั้นเว็บไซต์คุณต้องไม่ล่ม, ซึ่งผู้ให้บริการในรูปแบบบริษัทที่ใหญ่ๆหน่อย ย่อมมีทีมงานที่คอย Monitor ให้คุณ 24 ชั่วโมง อยู่แล้ว
  4. บริษัทมีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งแน่นอนชัดเจน,​ เพราะในกระบวนการเปิดบริษัทต้องมีที่ตั้งสำนักงานดังนั้นมันก็ทำให้คุณค่อนข้างมั่นใจได้ว่าเงินที่คุณจ่ายไปนั้น จะได้สินค้าคือ เว็บโฮสติ้ง
    กลับมา
  5. ถูกและดีสำหรับธุรกิจเว็บโฮสติ้งไม่มีอยู่จริง เป็นเรื่องจริงสำหรับธุรกิจเว็บโฮสติ้ง

บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให่้บริการ Web Hosting สำหรับธุรกิจ มาตรฐานสากล