วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556

Web Hosting เว็บโฮสติ้ง คือ อะไร และ ทำงานอย่างไร

Web Hosting ทำงานอย่างไร

การทำงานของ Web Hosting
ผู้เขียนเชื่อว่าคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้ส่วนใหญ่ เป็น คนทำเว็บ หรือ ไม่ก็ Programmer หรือ ไม่ก็ บุคคลทั่วไปที่ไม่ทราบจริงๆ ว่า Web Hosting มีความหมาย และ การทำงานของมันเป็นอย่างไร

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น



และก็ยังเชื่อว่าคนทั้งประเทศไทยเกือบ 100% ต้องเคยเห็นคำว่า Web Hosting มาก่อน, คนในประเทศไทย หรือ แม้แต่คนจากทั่วโลก ต้องเคยเข้า Website ยิ่งเป็นสมัยนี้ ใครไม่รู้จัก ถือว่า เชย เลยทีเดียว, ซึ่งจุดประสงค์ ของ การเข้าเว็บ ก็มีตั้งแต่หาข้อมูล, ส่งอีเมล์, รับไฟล์ ลอกการบ้านเพื่อน (ล้อเล่น แต่คิดว่าน่าจะเคยทำ) เมื่อก่อนต้องส่งเป็น Fax แต่ คุณหรือไม่ว่า ข้อมูลในเว็บไซต์ที่แสดงอยู่บนหน้าจอนั้น, คุณทราบหรือไม่ว่ามันถูกเก็บอยู่ที่ใด

เว็บไซต์ หรือ www ทำให้การติดต่อกันนั้นง่ายขึ้น หรือ การสื่อสารข้อมูล ต่อ
บุคคลจำนวนมาก เป็นเรื่องที่ใครๆก็ทำได้ หากมี Web Hosting และ Domain


ขอยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น หากคุณต้องการ Save File การบ้าน เป็น .doc (หรือ โปรแกรม Word) คุณก็เพียง Save ไฟล์นั้นลง Drive C:, D:, ของเครื่องเรา เวลาเรียก คุณก็ เปิด My computer > Drive C: แล้วก็เปิด

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น


แต่การเปิดเว็บไซต์ เช่น www.sanook.com มันไม่ได้เรียกข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา แต่มันต้องไปเรียกข้อมูลจาก Web Hosting หรือ Web Server แล้วแต่คนจะเรียก ซึ่ง Web Hosting มัน จะเรียกเป็น IP เช่น 61.22.11.22.33 แต่ แทนที่คุณจะต้องมาจำ IP นี้แล้วกด Enter (คงไม่มีใครจำได้แน่)

เค้าจึงต้องมีชื่อ Domain เช่น www.sanook.com แทนการ จำ หมายเลข IP (ใครจะไปจำได้)

การทำงานของ Web Hosting แบ่งได้หลักๆ เป็น 2 แบบ

การทำงานแบบ One way คือ นำข้อมูล เช่น รูปภาพ ตัวอักษร มาแสดงให้คุณดูเท่านั้น

 

การทำงานแบบ Two way นั้น เช่น เว็บไซต์ที่มีการให้คุณกรอกข้อมูล เพราะ Server ต้องนำข้อมูลมาแสดงก่อน
หลังจากนั้นคุณก็ต้องกรอกข้อมูลเหล่านั้นส่งกลับไปที่ Server หรือ Web Hosting

จริงๆ แล้ว รูปแบบการทำงานของ Web Hosting นั้น มีหลายประเภท แล้ว แต่ว่าคุณต้องการแบ่งแยกเป็นรูปแบบไหน แต่ในที่นี้ผู้เขียน ขอเขียนในข้อความง่ายๆ เพื่อให้ผู้อ่านทำความเข้าใจได้ง่าย และ สามารถนำไปประยุกต์ หรือ ใช้เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจ ซื้อ Email Hosting จากบริษัทใด บริษัทหนึ่ง

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด

Bandwidth ใน Web Hosting คือ อะไร และ ทำงานอย่างไร ?

Bandwidth ใน Web Hosting คือ อะไร ?

ไขข้อข้องใจ คำว่า Bandwidth สำหรับ Web Hosting คือ อะไร และ ทำงานอย่างไร


หลายๆคน ที่ใช้งาน Web Hosting หรือ กำลังจะซื้อ มัก จะเห็นใน Spec ของผู้ให้บริการต่างๆ ว่า Banwidth ต่อเดือนใช้ได้เท่าไหร่, บางที่ก็เขียนว่า ใช้ได้ไม่จำกัด หรือ Unlimited Bandwidth

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น



ก่อนที่คุณจะซื้อ หรือ เช่า Web Hosting คุณ ก็ ควรเข้าใจ ว่า  Bandwidth คือ อะไร, ผู้เขียนขออธิบายเป็นภาษาบ้านๆ เลย มันคล้ายๆ กับ ท่อปะปา ท่อนึง ที่เค้ากำหนดว่า คุณใช้ได้เท่าไหร่ในท่อนั้น หรือ ศัพททางเทคนิคเรียกว่า Bandwidth ทีนี้ การที่ผู้ให้บริการ Web Hosting จะให้คุณใช้อย่างพ่ำเพื่อก็ไม่ได้ เพราะใน Web Hosting 1 เครื่อง ประกอบด้วยเว็บเป็นพันๆเว็บ ถ้าคุณใช้ท่อปะปา ไปเต็มคนเดียว แล้ว เว็บที่เหลือหละ จะใช้อะไร ?

ปริมาณ Bandwidth ไม่ได้เกิดจากผู้เข้าชมเว็บเท่านั้น,​ แต่ยังเกิดจากข้อมูลที่คุณ Upload ขึ้นไปด้วย ยกตัวอย่างเข่น
คุณ Upload หนัง เรื่องนึง ไปเก็บไว้บน Web Hosting จำนวน 2 GB ก็เท่ากับ คุณใช้ Bandwidth ไปแล้ว 2 GB
แล้วหลังจากนั้นคุณกลับบ้านมาโหลดหนังจาก Web Hosting ด้วย ก็เท่ากับคุณใช้ Bandwith ไปอีก 2 GB รวมเป็น 4 GB

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
Web Hosting สำหรับธุรกิจ >> 

ดังนั้นผู้ให้บริการจึงต้องมีกฏว่า ในแต่ละเดือนคุณจะใช้ Bandwidth ได้เท่าไหร่ เช่น ให้ใช้ได้ 10 GB/ เดือน นั่นหมายถึงว่า ไม่ว่าคุณจะ Upload ข้อมูลอะไรขึ้นไปบน Web Hosting กี่ MB มันก็นับหมด, แค่นั้น
ยังไม่พอ มันนับ ผู้ที่เข้าชมเว็บด้วย ยิ่งผู้เข้าชมเว็บเยอะเท่าไหร่ Bandwidth ก็จะเยอะไปตามตัว  เพราะผู้ชมแต่ละคนโหลดข้อมูล เช่น ภาพ, ตัวหนังสือ มากี่ MB มันก็นับ


ภาพ อธิบายความสัมพันธ์ ระหว่าง ปริมาณผู้เข้าชมเว็บ กับ ปริมาณ Bandwidth ที่ใช้ไป

แต่สำหรับเว็บ บริษัท หรือ องค์กรทั่วๆ ไปแล้ว ถ้าคุณ ไม่ได้ไปทำอะไรพิเลน เช่น แอบอับโหลดหนัง ไปเก็บไว้ใน Web Hosting แล้ว เดือนนึงคุณใช้ไม่เท่าไหร่หรอก  และ ไม่มีทางไปเกินที่ผู้ให้บริการ กำหนดไว้ด้วย

แต่สำหรับเว็บที่มีผู้ชมมหาศาล หรือ เว็บมหาชน เช่น Sanook อะไรพวกนี้ Bandwith มันเยอะ เพราะว่า มีผู้เข้าชมวันนึงเป็นหมื่นๆ หรือ แสนๆ ก็ทำให้ Bandwidth เยอะ มาก เท่ากับ ทาง Sanook ก็ต้องวางท่อปะปาให้ใหญ่เพื่อลองรับการทำงาน

File ประเภท VDO กิน Bandwidth มากที่สุด 

VDO ถึง กิน Bandwidth ใน Web Hosting เยอะ
สำหรับเว็บบริษัท หรือ องค์กร ทั่วไป มันแทบจะไม่มี VDO แทรกอยู่ใน Web Hosting แน่นอน ถ้ามีก็น้อยมาก
เช่น VDO Present บริษัท เป็นต้น  ซึ่งไฟล์ประเภทนี้กิน Bandwith เร็วมาก

ยิ่งคุณทำงานในองค์กรหรือบริษัทด้วยแล้วนั้น แล้วยังแถมเป็นพนักงาน IT อีก แล้วยังมี Username Password ของ FTP อีก, จะพ้นหรือ ที่จะแอบโหลดหนังไปเก็บไว้,​ เพราะถ้าส่งเมล์มันส่งไม่พอ, ซึ่งต้องระมัดระวังมาก เพราะ ใช้ Bandwidth เยอะมาก

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
Web Hosting สำหรับธุรกิจ >> 

แค่ไฟล์เพลง เช่น MP3 ก็ใช้ Bandwidth เยอะ

กับการใช้งาน Bandwidth
ไฟล์จำพวก MP3 พวกนี้ ใช้ Bandwidth เยอะ เหมือนกัน ยกตัวอย่าง โดยทั่วไป ไฟล์ MP3 1 เพลง จะกิน Bandwith ประมาณ 3 MB สำหรับตอน Upload แล้วถ้า Download ลงมาด้วยก็จะเป้น 6 MB, แล้วถ้าคุณเอาลิ้งนี้ไปกระจายให้คนอื่นอีก ก็คูณกันไปเรื่อนๆ
เราเข้าใจว่าคุณมีเพลงดีๆ ก็อยากแบ่งปันให้เพื่อนพ้องน้องพี่ ได้ฟังบ้าง ก็เลย Up ไปเก็บไว้ใน Web Hosting , แต่คุณไม่รู้หรอกว่าการทำแบบนี้มันใช้ Bandwidth ของ Web Hosting เยอะมาก และ อาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดลิขสิทธ์ด้วยซ้ำ ดังนั้น เก็บเอาไว้ฟังคนเดียวอะดีแล้ว

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

 

อย่าทำเป็นเล่นไป แค่ ไฟล์รูปภาพ JPG  ถ้าไม่ระวังละก็ ใช้ Bandwidth มหาศาล


หากคุณไม่ระมัดระวัง หรือ ลืม Resize ไฟล์รูปก่อนที่จะเอามาใส่ในเว็บ ละก็ มีโอกาสงานเข้าสูง โดยไม่รู้ตัว
ทุกๆเว็บก็ต้องมีภาพ แต่ การที่คุณจะใส่ภาพเข้าไปนั้น คุณอย่าลืม Resize มันก่อน โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้ แค่มือถือรุ่นน้อย ก็สามารถถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูง และ มี File Size มากกว่า 10 MB โดยไม่รู้ตัวไปเลย, นอกจากมันจะกิน Bandwidth แล้ว มันยังทำให้เว็บคุณโหลดช้ามากๆ ด้วย 

Text เนี่ยกิน Bandwidth น้อยที่สุดแล้ว 

ข้อความปกติ เนี่ย ใช้ Bandwidth น้อยมาก, แทบไม่กะเทือน อยากเขียนอะไรในเว็บเขียนไปเลย ไม่ต้องกลัวเปลืองพื้นที่
เพราะยังไงมันก็ไม่สะดุ้งหรือ กระเทือน อะไรกับ Bandwidth เลย
แน่นอนว่าข้อความเนี่ยใช้ Bandwidth น้อยมากๆ แต่ให้ระวัง โดยเฉพาะ ผู้ที่เขียนโปรแกรม และ ติดต่อการฐานข้อมูลขนาดใหญ่, โดยเฉพาะในคำสั่ง Loop ต่างๆ ถ้าคุณลืมปิด Loop ละก็ มีความหมายว่า Web Hosting นั้น ใช้ Bandwidth ตลอดเวลา และเยอะมาก

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

บทวิเคราะห์กราฟแสดงความสัมพันธ์ ของการใช้ Bandwidth

จากภาพจะเห็นได้ว่า ไฟล์ VDO นั้น กิน Bandwidth มากที่สุด และ ที่เหลือก็น้อยลงมาเรื่อยๆ
บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting สำหรับธุรกิจ ที่ดีที่สุดในประเทศไทย >>

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด

พื้นที่เว็บหรือ Disk Space ของ Web Hosting คือ อะไร ?

พื้นที่เว็บ (Disk Space), ในเว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) คือ อะไร 


พื้นที่เว็บ หรือ Disk Space คือ อะไร
หลายๆ คนที่กำลังตัดสินใจซื้อ Web Hosting, โดยเ​ฉพาะมือใหม่หัดทำเว็บหลายๆคน อาจจะยังไม่รู้ว่า พื้นที่เว็บ หรือ Disk Space ที่ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ใส่ไว้ นั้น คือ อะไร

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

Disk Space หรือ พื้นที่เว็บ ใน Web Hosting คือ จำนวนพื้นที่ที่ผู้ซื้อจะได้ใช้  เช่น 
ผู้ขายกำหนดว่า Disk Space = 1 GB, หมาย ความว่าเว็บคุณรวมหมดทุกไฟล์ห้ามเกิน 1 GB
ซึ่งถ้าเป็นเว็บองค์กรธรรมดาที่ไม่ได้มีอะไรมากมาย ถือ ว่าเหลือใช้, แต่สำหรับเจ้าโปรเจ็กทั้งหลายที่วันๆ อาจจะ Run Web ในเครื่องตัวเองจนลืมไปว่า ทั้งหมด มันใช้พื้นที่ หรือ Disk Space ใน เว็บโฮสติ้ง ไปเท่าไหร่ ก็ควรจะรีบดูและเปรียบเทียบกับ Package ที่ผู้ขายได้ทำการกำหนดไว้ก่อนที่จะซื้อ

Harddisk ใน  Web Hosting ไม่ได้เป็นของคุณคนเดียว

ซึ่งในความเป็นจริง คุณไม่มีทางได้ทั้งก้อนหรอก
คุณก็ได้เพียงส่วนหนึ่งเล็กๆ ของปริมาณพื้นที่ทั้งหมดที่ Hardisk ใน Server นั้นมี

พื้นที่หรือ Disk Space ที่คุณได้รับนั้น ได้จากการ Share ของ Admin Web Hosting (ผู้มีอำนาจสูงสุดใน Web Server นั้นๆ)  เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ จากทั้งก้อน Harddisk เพราะผู้ให้บริการต้องนำพื้นที่ใน Harddisk ไปขายกับลูกค้าคนอื่นๆ ให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้กำไรที่มากขึ้นไปด้วย

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

เมกะโปรเจ็กต้องระมัดระวังการ ใช้พื้นที่เว็บเป็นอย่างมาก


ไฟล์ VDO นั้นกินพื้นที่เว็บมากที่สุด รองลงมา คือ ไฟล์เพลง, รูปภาพ, และ ตัวอักษร
ถ้าคุณกำลังทำโปรเจ็กในฝัน ที่อาจจะเรียกว่าเป็น เมกะโปรเจ็ก และ เป็นเว็บที่สวยหรู ลูกเล่น มากมาย, สิ่งที่คุณต้องระวังมากที่สุด คือ พื้นที่ในโฮสติ้งของคุณนั้นพอมั้ย ไม่ใช่ ตอนแรกๆพอ แต่ใช้งานไปเรื่อยๆ มีผู้ชมเข้ามาเป็นสมาชิกมากขึ้น มีการ Upload File จาก User เยอะมาก, อาจทำให้พื้นที่เว็บของคุณเต็มได้ทีเดียว

พื้นที่, ที่คุณใช้ในเว็บโฮสติ้ง นั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกๆ วัน

กับความสัมพันธ์ต่อการใช้ Web Hosting
พื้นที่ในเว็บ จะ มากๆ ขึ้นเรื่อยๆ หากคุณไม่ระวัง
 ผมเคยได้มีโอกาส เข้าร่วมฟังบรรยายเกี่ยวกับ สถานะการณ์และความท้าทายของ Harddisk กับ ปริมาณข้อมูลทั่วโลกที่มากขึ้นทุกวัน ซึ่ง เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายๆคนของโลก จาก หลายๆค่ายชื่อดัง ซึ่งทุกคนล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า, ทุกๆ วันนี้ ปริมาณการใช้ข้อมูลนั้นมากขึ้นทุกๆวัน เราจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร หรือ จะใช้เทคโนโลยีอะไรในการรองรับ

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย ดังนั้น การที่คุณจะทำเว็บ หรือ โปรเจ็กอะไรสักอย่างเพื่อวางไว้บน Web Hosting คุณต้องแน่ใจว่า ระบบของคุณมันจะสามารถใช้งานไปได้ยาว และ Harddisk ของผู้ให้บริการ Web Hosting ของคุณสามารถรองรับได้, ซึ่งโดยธรรมชาติของทุกๆโปรเจ็ก ที่มี User เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเป็นจำนวนเยอะๆ จะมีการใช้งานพื้นที่มากขึ้น ทุกๆวัน

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ เว็บโฮสติ้งสำหรับธุรกิจ โดยเฉพาะ



คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด



Name Server (NS) หรือ DNS ใน Domain name (โดเมนเนม) คือ อะไร และ ทำงานอย่างไร

ข้อมูลสรุปนี้ไม่พร้อมใช้งาน โปรด คลิกที่นี่เพื่อดูโพสต์

A record ใน DNS หรือ Domain name สำหรับตั้งค่า Web Hosting คือ อะไร ?

A Record คือ อะไร ?


และ ทำงานอย่างไร
A Record คือ อะไร และ ทำงานอย่างไร ใน DNS Management หรือ DNS Zone

A Record ในที่นี้ มักจะอยู่ในส่วนของ DNS Management หรือ DNS Zone แล้วแต่คนจะเรียกซึ่งมันเป็นคุณสมบัติหนึ่ง, หน้าที่ของมัน คือ มีหน้าที่ Map หรือชื่อ Domain ให้ตรงกับ IP Web Hosting ปลายทาง เช่น

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น
ใน Web Hosting
ภาพอธิบายการทำงาน ของ A Recod  

ยกตัวอย่างการตั้งต่า A Record ตามภาพ

  • หากเรากำหนดค่า A reord เป็น mail.abc.com และ ตั้ง IP เป็น 99.99.99.99
    เมื่อเราพิมพ์คำว่า email.abc.com มัน มันจะมีหน้าที่วิ่งไปหา Email Server ที่มีค่า IP เป็น 99.99.99.99 และ นำข้อมูลมาแสดง
  • และเราได้กำหนดค่า A reord เป็น www.abc.com และ ตั้ง IP เป็น 123.456.789.10 เมื่อเรา พิมพ์คำว่า www.abc.com มันจะวิ่งไปยัง Web Hosting IP: 123.456.789.10 และนำข้อมูลมาแสดง

A Record จะใช้งานเมื่อไร

  • โดยปกติแล้วหากคุณ ใช้งาน Web Hosting ทั่วไป และ ไม่แยก การทำงาน ระหว่าง Email Server และ Web Hosting คุณแทบจะไม่ต้องยุ่งในส่วนนี้
  • แต่ในทางกลับกัน หากคุณ มีการใช้งานที่ค่อนข้าง Advance และ ต้องแยกการทำงานหลายๆ Server ใน เว็บเดียวกัน การตั้งค่า A Record จะเป็นวิธีการประยุกต์ใช้ที่ทำงานได้ดี, แต่ก่อนที่คุณจะตั้งค่า คุณต้องมั่นใจว่าคุณเข้าใจกระบวนการทำงานของมันจริงๆ ก่อนที่จะไปตั้งค่าใดๆ
บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด

ค่า Cname record ใน DNS Management ของ Direct Admin คือ อะไร

ค่า C name record ใน Domain หรือ DNS คือ อะไร


C Name Record ใน DNS Management คือ อะไร ? 
ค่า Cname คือ ค่าค่าหนึ่ง ใน DNS Management ซึ่งมีให้ตั้งทั้งใน Direct Admin (ในส่วนที่เป็น Web Hosting) หรือ ในตัว Control Panel ของ Domain name  (ที่ผู้ให้บริการ Domain ของคุณมีให้ตั้ง) มันมีหน้าที่ในการกำหนด หรือ Mapping Sub domain เว็บ ต้นทาง(ของเรา) กับ เว็บปลายทางที่เรากำหนด ซึ่งพูดๆ แบบนี้อาจจะ งง ได้ เพราะไม่เห็นภาพ ลองดูภาพประกอบด้านล่าง

การทำงานของ Cname record

ภาพอธิบาย ยกตัวอย่าง การทำงาน ของ Cname 
  • จากภาพด้านบน จะเห็นได้ว่า หากคุณกำหนด C name: mail.abc.com มีค่าเท่ากับ webmail.cslox.com ก็มีความหมายว่า เมื่อมีคนเข้าเว็บและ Enter URL: mail.abc.com มันก็จะโชว์ข้อมูลคล้ายๆกับ หน้า URL: webmail.cslox.com
  • การทำงานในฝั่งขวา หากเราตั้งค่า C name : blog.abc.com ให้มีค่าเท่ากับ www.blogger.com ก็มีความหมายว่า เมื่อ มีคน Enter URL : blog.abc.com แล้วมันจะโชว์ข้อมูลที่ดึงมาจาก www.blogger.com 
  • แต่ในการใช้งานจริง การตั้ง ค่า Cname นั้นจะถูกแนะนำโดยผู้ให้บริการ เช่น Bloger อาจจะบอกว่า หากคุณต้องการมีชื่อ Domain เป็น name.company.com แล้วเวลาคนเข้ามาแล้วนะ ให้โชว์ข้อมูลเป็น Blog ของคุณ แทนที่จะมีชื่อเต็มเป็น www.blogger.com/yourname มันดูไม่ค่อยหรูหรือแสดงความเป็นเจ้าของ Blog ได้, ซึ่งผู้ให้บริการเค้าก็จะให้ค่ามาตั้ง เช่น ต้อง map Cname : blog -> www.blogger.com ทีนี้พอมีคนเข้ามา มันไม่ได้แสดงหน้า www.blogger.com  ที่เป็นหน้ากลาง ซึ่งทาง ผู้ให้บริการก็จะมีการเขียนโปรแกรมดักเอาไว้ ว่า ถ้าการตั้งค่าของคุณนั้นถูกต้อง เมื่อมีคนพิมพ์เข้ามา blog.company.com ก็ให้แสดงหน้า Blog ส่วนตัวของคุณเลย

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น


ประโยชน์หลักๆของ Cname

  • จริงๆแล้วในมุมมองของผม, ผมมองว่ามันมี เพื่อความสวยหรูจริงๆ เพราะคงไม่มีใครอยากใช้ชื่อ URL ของคนอื่น, ทุกๆ คนก็อยากมี URL ส่วนตัวที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของระบบ (ถึงแม้ว่าเราจะไม่ใช่เจ้าของจริงๆก็ตาม)

ความแตกต่างระหว่าง Cname กับ A record

  1. Cname คือ การ map โดยปลายทางต้อง point ไปเป็นชื่อ Domain 
  2. แต่ A record จะเป็นการ Map โดยปลายทางต้องเป็นหมายเลข IP เท่านั้น
บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด

อะไรที่ทำให้่ เกิดปัญหา Web Server Hosting ล่ม ?

สาเหตุที่ทำให้่ Web Hosting/Server ของคุณล่ม

Server Down, Web Hosting Problem
โลกแตกทันทีเมื่อ Web Site ของบริษัทคุณล่ม, ลองคิดถึงสถาณการณ์เหล่านี้ดู 
  1. คุณต้อง Present บริษัท โดย ต้องเปิดเว็บไซต์บริษัทคุณ เพื่อนำเสนองาน แต่ เว็บล่ม
  2. เว็บไซต์ เป็น สื่อหลัก สื่อหนึ่ง ของบริษัทคุณ เพื่อใช้ในการโปรโมทให้ลูกค้า แต่ เว็บล่ม
  3. จ่ายค่าโฆษณาเว็บเป็นแสน แต่เอาเข้าจริง คนที่เข้ามาดู ดูไม่ได้ เพราะเว็บล่ม
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เลือกตลก แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แล้ว ทำให้ธุรกิจของคุณเสียหาย เป็น วงกว้าง คุณควรใส่ใจในการเลือกผู้ให้บริการ Web Hosting ของคุณก่อนดีมั้ย

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

สาเหตุหลักที่ทำให้ เว็บล่ม

  • ปัญหาสุดแสนจะคลาสสิก คือ ไฟดับ, โดยปกติแล้ว Web Hosting ที่มีมาตรฐานจะต้องถูกตั้งไว้ในห้อง Datacenter ซึ่งจะมีอุปกรณ์สำรองไฟที่พอจะเลี้ยงตัว Server ได้ประมาณ 30 นาที - 1 วัน ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเครื่องสำรองไฟ, แต่หาก Web Hosting ของคุณไม่ได้มีระบบสำรองไฟ ก็ไม่ต่างอะไร กับ การที่คุณอยู่บ้าน แล้ว เปิดพัดลม ไม่ได้เพราะไฟดับ กว่าจะ เปิดได้ ก็แล้วแต่ดวง ว่าเค้าซ่อมเสร็จเมื่อไหร่ แล้ว คุณจะปล่อยให้เว็บไซต์บริษัท เป็นไปตามดวงหรอ


    และไม่สามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์ได้
    ปัญหาไฟดับ ทำให้ เว็บไซต์ของบริษัท คุณล่มได้
  • คอมพิวเตอร์ใช้งานที่บ้านยังต้อง Restart เครื่อง แล้ว Server มันก็ต้อง Restart เหมือนกัน ซึ่งช่วงระยะเวลา Restart เครื่อง Server ก็ทำให้เว็บล่มได้ ประมาณ 5-10 นาที

    การ Restart เครื่อง Server ทำให้เว็บคุณล่มได้ 10 นาที เลยทีเดึยว

  • รถยังต้องมีเอาไปเช็คระยะ แล้ว Server มันก็ต้องมีการปิดปรับปรุง (Maintenance) เพื่อปรับค่าแก้ไขให้มันทำงานได้ดี แต่ถ้า อยู่ดีๆ ปิด Server ไปเป็นชั่วโมง เพื่อ ทำการ Maintenance แล้วผู้ใช้งาน Web Hosting ไม่รู้เรื่อง ก็เรื่องใหญ่นะ ดังนั้นผู้ให้บริการ Web Hosting ต้องมีการแจ้งลูกค้า และ กำหนดวันเวลาที่จะทำการ Maintenance อย่างชัดเจน


    ก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
    การปิด Server เพื่อ Maintenance อาจจะทำให้เว็บของคุณล่มเป็น ชั่วโมงได้เลย


    บทความโดย
    บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

    ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น
  • คอมบ้านๆ อย่างเรายังมีไวรัส แล้ว Web Server จะเหลือหรอ, มีหลายๆคนคิดว่า Web Server คือ ระบบที่อยู่อย่างอมตะ ไม่มีไวรัส, แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความเสี่ยงมันก็เท่าๆ กับคอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่นี่แหละ ถ้าผู้ให้บริการ ป้องกันได้ไม่ดี อาจจะทำให้ล่มไม่พอ ข้อมูลสูญหายไปเลยทีเดียว

    การที่ Web Server ติดไวรัส, อาจจะทำให้เว็บคุณล่ม หรือ ร้ายแรงไปจนถึง ข้อมูลคุณหาย
  • ยามยังมีเผลอหลับ แล้ว วิศวกรก็เป็นคน มันก็ต้องมีเผลอ ง่วง กดผิดกดถูกกันบ้างหากไม่ระวัง ซึ่งอาจจะทำให้ระบบเกิดความเสียหายได้ และ เว็บไซต์ล่มได้่ ดังนั้น ต้องเลือกผู้ให้บริการ Web Hosting ที่มีมาตรฐาน


เว็บไซต์ของคุณเกิดความเสียหายได้มากมาย
การทำงานที่ผิดพลาดของทีมวิศวกร (Human Error) ทำให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลได้

การวิเคราะห์ ประเภทของปัญหา และ อัตราการ Downtime (ล่ม)

ในกราฟเป็นการแสดงความสัมพันธ์ ระหว่างปัญหา กับ อัตราการ Downtime หรือ เว็บล่ม


บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจเท่านั้น

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด