วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

แนะนำเครื่องมือการใช้งาน Wordpress แบบง่ายๆ ใน Web Hosting

 
การใช้งาน WordPress เบื้องต้น

  ในหน้าควบคุมของ Wordpress มีเครื่องมือให้เลือกใช้มาก ควบคุมการทำงาน การเปลี่ยนแบบ Wordpress การเปลี่ยน Theme การเพิ่มหัวข้อเรื่อง การจัดหมวดหมู่หัวข้อ การใช้ Plug-in เข้ามาช่วยเพื่ออำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งสำคัญในการใช้งาน วันนี้ผู้เขียนจะอธิบายความหมาย ของเครื่องมือที่ต้องใช้หลัก ๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจยิ่งขึ้น เป็นเครื่องมือที่ต้องใช้งานเป็นประจำ ลองมาดูกันว่า เครื่องมือแต่ละอย่าง มีหน้าที่ทำอะไรกันบ้าง

1. เรื่อง


1.เรื่อง ก็คือ เรื่องราวหรือหัวข้อแต่ละหัวข้อ ที่เราต้องการนำเสนอ เมื่อคลิกเข้าไป จะปรากฏหัวข้อเรื่องต่าง ๆ เรียงเป็นแถว ๆ สามารถคลิก เขียนเรื่องใหม่  แล้วใส่ เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ

2. ไฟล์สื่อ


2. ไฟล์สื่อ ไฟล์สื่อก็คือ รูปภาพ ไฟล์.pdf ต่าง ๆ ที่อัพโหลดมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเพื่อโชว์ขึ้นหน้าเว็บ จะเป็นการจัดการเกี่ยวกับไฟล์ เช่น การลบไฟล์ทิ้ง การนำลิงค์ของไฟล์ไปใช้ หรือ การกำหนดขนาดไฟล์

3. ความเห็น


3. ความเห็น เป็นการกำหนดว่า ถ้าเกิดมีผู้เยี่ยมชมมา comment แสดงความคิดเห็น จะทำยังไง จะอนุญาต หรือ ปิดกั้นการแสดง ความเห็น หรือ รออนุมัติ ก่อนการแสดงข้อความเป็นต้นครับ

4. รูปแบบบล็อก


4. รูปแบบบล็อก การกำหนด ส่วนต่าง ๆ ใน Wordpress ว่าจะให้ส่วนนี้อยู่ตรงใหน จัดหมวดหมู่อย่างไร เช่นกำหนดตำแหน่งวันที่ ให้อยู่ด้านล่างสุด เป็นต้นครับ

5. ปลั๊กอิน


5. ปลั๊กอิน คือ ตัวช่วย ลูกเล่นต่าง ๆ ทำให้ Wordpress มีรูปลักทันสมัยยิ่งขึ้น ปลั๊กอิน มีหลายแบบเช่น ช่วยในการป้องกันไวรัส การล็อคอินเข้าใช้ การตั้งค่าปลั๊กอิน การเปิดใช้งาน การกำหนด การยกเลิกใช้การ อัพเดตปลั๊กอินต่าง ๆ

6. ผู้ใช้


6. ผู้ใช้ เป็นการกำหนด ผู้ใช้งาน จำนวนผู้ใช้ กำหนดค่าการจัดการของ User แต่ละคน เพิ่ม ลบ กำหนด Username Password

7. ตั้งค่า


7. ตั้งค่า กำหนดหัวข้อเว็บ Link ของเว็บไซต์หลัก หัวข้อเว็บ การกำหนด รูปแบบ วันที่ เวลา โซนเวลา กำหนด อีเมลล์ เพื่อสำหรับ แจ้งว่าผู้ใช้ใหม่

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting  สำหรับธุรกิจเท่านั้น

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด

วิธีเก็บไฟล์ที่ Backup เช่น SQL และ Code ให้ปลอดภัยจากไวรัส

   

     การ Backup File นั้น สำคัญแล้ว แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่า คือ เราจะทำอย่างไรให้ไฟล์ปลอดภัย เก็บไว้ที่นี่แล้วไฟล์ไม่เสียหาย  มีหลายวิธีที่ผู้คนมากมายเลือกใช้ ภัยมืดทางการงานคอมพิวเตอร์ Internet ก็คือ ภัยจากไวรัส หากไฟล์ที่เราเก็บไว้ มีการถูกโจมตีจากไวรัส ไม่สามารถนำมาใช้งานได้ ซึ่งก็ทำให้การ Backup file นั้นสูญเปล่า
     การป้องกันไวรัสโจมตีไฟล์อีกวิธีหนึ่งที่ใช้กันมาก ในผู้ที่ใช้งานเขียนโปรแกรม ผู้เขียนเว็บคือ การทำ Backup File เป็น Zip File ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า คำว่า Zip File นั้นหมายถึงอะไร การ Zip file ต้อง ทำผ่านโปรแกรม ที่นิยมใช้กันก็คือ WinRAR หรือ WinZip ซึ่งจะได้นามสกุล .ZIP  ประโยชน์หลักของมันก็คือ การ ทำให้ไฟล์มีขนาดเนื้อที่น้อยลง ประหยัดพื้นที่ในคอมพิวเตอร์ เมื่อบีบข้อมูลแล้ว สามารถแตกไฟล์อีกมา เป็นต้นฉบับเดิมได้อีกด้วย และยิ่งและที่สำคัญอย่างหนึ่ง ป้องกันการโจมตีจากไวรัส ได้อีกด้วย
เรามาดูวิธีทำ Zip File กันดีกว่าครับ วิธีทำไม่ยาก แต่มีประโยชน์หลายอย่างครับ(เป็นขั้นตอนการทำจากโปรแกรม WinZip)

1. เลือก File ที่เราต้อง Back Up ข้อมูลไว้ จากนั้นทำการคลิกขวา

สามารถทำได้ทีละหลาย ๆ ไฟล์


2. จากนั้นเลือกไปที่ Sent to จะมี แถบให้เลือก คลิกเลือกไปที่ Compressed (zipped) folder.

การเลือก Sent to เป็นวิธีการที่ง่าย และ เข้าใจง่ายที่สุด


3. จะได้ File ขึ้นมาเป็น .Zip สามารถทำการแก้ไข ชื่อ หรือ Copy ได้ปกติ

ไฟล์ทั้งหมดจะอยู่ข้างใน file.zip แต่ ไฟล์เดิมก็ยังอยู่ปกติ


บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Hosting  สำหรับธุรกิจเท่านั้น

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด

วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2557

วิธีติดตั้ง Wordpress Step By Step พร้อมรูปประกอบทุกขั้นตอน

วิธีติดตั้ง Wordpress ใน เว็บโฮสติ้ง ของตนเอง


WordPress คืออะไร เราจะมาอธิบายกัน คร่าว ๆ เกี่ยวกับ Wordpress

WordPress เป็น Open source ที่สามารถติดตั้งบนเว็บ Server ได้ เพื่อให้เราสร้าง blog เมื่อก่อน WordPress ถูกสร้างให้มาเพื่อแค่สร้าง blog แต่ปัจจุบันได้ถูกพัฒนา ให้ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนสามารถเป็นเว็บไซต์ community โดยมีระบบจัดการที่เรียกกันว่า cms หรือ content management system ทำให้ง่ายต่อการจัดการปัจจุบันจึงเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งผู้ที่เริ่มทำ เว็บไซค์ใหม่ ๆ ก็หันมาใช้การสร้างเว็บด้วย WordPress

เราดูวิธีการติดตั้ง Wordpress ใน Direct Admin กันทีละ Step ดีกว่า

1. อันดับแรกเลยคือเราต้องมีไฟล์ WordPress ซะก่อน เราก็สามารถเข้าไป ดาวน์โหลดกันได้เลยครับที่เว็บของ WordPress http://th.wordpress.org

ไฟล์ที่ดาวน์โหลดจะเป็น.zip


2. จากนั้นอัพโหลดไฟล์ .zip เข้าไปใน directory ผ่าน Programe ftp หรือ ใน file manager control panel

เก็บไวใน folderชอง public_html


3. ให้ทำการแตกไฟล์ .zip คลิกไฟล์ ในช่องของ Action ให้เลือกที่ Extract จะมีไฟล์เพิ่มขึ้นมาชื่อ Folder Wordpress


เมื่อแตกไฟล์แล้วจะได้โฟลเดอร์ที่ชื่อว่า Wordpress


4. ทำการสร้าง Database ให้ File wordpress เข้าไปอยู่ ตั้งค่า User และ Database ให้เรียบร้อย ทำการจำค่าต่าง ๆ ที่กำหนดไว้เพื่อใช้ใน ข้อ 7

การสร้าง Database ผู้เขียนเคยได้เขียนบทความการสร้าง Database ไว้แล้ว


5.จากนั้นลองเข้าเว็บไซค์ของเราที่ทำทำการจดโดเมน และ ชื่อ Database ที่่ตั้งไว้ เช่น testworldpress.com/wordpress

www.yourdomain.com/wordpress

6. หน้าแรกจะปรากฏมีข้อความขึ้นให้อ่าน จริง ๆ แล้วไม่ต้องสนใจ ให้คลิกที่ สร้างไฟล์กำหนดค่า (Configuration file) เพื่อน Next ในหน้าถัดไป

หากเกิด eror ให้ดาวโหลด file wp-config-sample.php กำหนดค่า database แล้ว renane เป็น wp-config.php


7. ในหน้าถัดไป จะมีข้อความให้ท่านอ่าน ที่ต้องจำและต้องสนใจคือ 3 บรรทัด ที่มีการเน้นข้อความไว้
     - ชื่อฐานข้อมูล
     - ชื่อผู้ใช้ฐานข้อมูล
     - รหัสผ่านฐานข้อมูล
สิ่งเหล่านี้ต้องจำมาตั้งแต่ขั้นตอน การสร้าง Database แล้ว จากนั้นคลิกที่ เริ่มทำงานได้


หากเกิด eror ลอง เปลี่ยน chmode เป็น 777


8. หน้านี้ให้ทำการกรอกข้อมูล Database ลงไป ชื่อฐานข้อมูล ชื่อผู้ใช้ฐานข้อมูล รหัสผ่านฐานข้อมูล เมื่อใส่ข้อมูลครบถ้วนถูกต้องแล้ว คลิกที่ ส่ง


ต้องใส่ให้ถูกต้องนำชื่อdatabase มาด้วย เช่น tony_databasename


9. หากไม่มีรัยผิดพลาด จะปรากฏข้อความดังรูป จากนั้นคลิกที่ ดำเนินการติดตั้ง


คลิกดำเนินการติดตั้งเพื่อทำขั้นตอนต่อไป


10. หน้านี้ไม่มีไรมาก ใส่ username กับ password เพื่อ login แก้ไขหน้าเว็บ จากนั้นคลิก ติดตั้งเวิร์ดเพรส 


ในหน้านี้ต้องจำ username password ไว้ด้วย ค่าในหน้านี้สามารถเข้าไปเปลี่ยนใน ห้อง ควบคุมได้


11. หน้านี้จะเป็นการโชว์ Username กับ Password ที่ทำการกำหนด จากนั้นคลิกที่ เข้าสู่ระบบ


จะโชว์เฉพาะ Usermane ส่วน Pasword โปรแกรมจะขึ้นมาว่า คุณได้เลือกรหัสผ่าน


12. จะเข้าสู่หน้า Page Log in ใส่ Username กับ Password ที่ทำการกำหนดในหัวข้อที่ 10


 Url จะเป็นไป domain ตามด้วย wordpress/wp-admin.com เช่น www.testwordpress/wordpress/wp-admin


13. เมื่อใส่ Username ที่กำหนดถูกต้องแล้ว จะเข้ามายังหน้า ควบคุม การจัดการระบบส่วนต่าง ๆ ของ Wordpress

สามารถอัพเกรด เวอร์ชั่น ของ Wordpress ได้ จะมีการแจ้งเตือนในหน้าควบคุม ไม่ต้องทำการอัพโหลดไฟล์ใหม่

14. ถ้าต้องการดูหน้าตา ของ Wordpress ให้เข้าที่ domain ตามด้วย wordpress เช่น www.testwordpress/wordpress

มีปลักอินให้เลือกใช้มากมาย แถมฟรี อีกด้วย สามารถดาวน์โหลดจากเว็บที่ให้บริการ


บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Server สำหรับธุรกิจเท่านั้น

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด

วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2557

วิธีการเลือกใช้หรือซื้อ Hosting ให้เหมาะสม

หลายๆคน ที่มีเว็บไซต์เป็นของตนเอง ไม่ว่าจะทำเล่นๆ หรือทำเป็นธุรกิจ จะต้องมองหา Web Hosting ที่เหมาะสมกับตนเอง โดยวันนี้ผู้เขียนจะขอแนะนำว่า เจ้าของเว็บจะต้องพิจารณาในหลายๆด้านดังนี้

1.   เว็บไซต์ของตนเองมีจุดประสงค์เพื่ออะไร : ใช้เอง หรือใช้ในทางธุรกิจให้บริการแก่สมาชิก หรือลูกค้า

2.   ขนาดของเว็บไซต์มีข้อมูล,ไฟล์เว็บไซต์, ฐานข้อมูล และอีเมล์ มากน้อยแค่ไหน โดยอาจมองไปถึงในอนาคตเลยก็ได้ เช่นอนาคต น่าจะมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น, ในแต่ละวันมีคนเข้ามาดูสินค้าและบริการของเราเยอะ หรือมีการ Update ข้อมูลในเว็บเพิ่มขึ้นบ่อยๆ เป็นต้น

3.   จากข้อ 2 ก็มาคิดต่อว่า จะมีผลกระทบต่อธุรกิจ หรือองค์กรของเราหรือไม่ เช่น เมื่อข้อมูลต่างๆบนเว็บเยอะขึ้น ทำให้เว็บเปิดช้า,โหลดนาน,อีเมล์เต็ม ดังนั้นก็จะต้องการพื้นที่การเก็บเว็บไซต์มากขึ้นตามไปด้วย และต้องการความเสถียรมากขึ้น(เว็บไม่ล่มบ่อย)

4.   เมื่อพื้นที่ไม่พอ ก็จะส่งผลให้ถูกเรียกเก็บค่าบริการที่ใช้เกิน หรือแนะนำให้ Up Package ที่สูงขึ้น(เพื่อให้ได้พื้นที่มากขึ้น)

จากเหตุผลคร่าวๆ ข้างต้น ก็พอที่จะใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่า เราควรเลือกใช้ Hosting แบบไหน
ซึ่งผู้เขียนจะขอแนะนำประเภท Hosting สำหรับการใช้งานเองก่อน ที่บทความ Web Hosting สำหรับผู้ที่ใช้งานเว็บไซต์เอง 

บทความโดย

ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่ดีที่สุด ในประเทศไทย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2557

วิธีดู Name Server หรือ NS ของเว็บไซต์หรือ Domain ต่างๆ

Name Server คืออะไร

NS หรือ Name Server ได้มาจาก Hosting ที่เราใช้บริการอยู่ รายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ website ที่อยู่ ทำหน้าที่เกี่ยวกับกำหนดค่าให้เราว่า เวลาเราเข้าเว็บไซต์ มันจะต้องวิ่งไปที่ใหน Server อยู่ตรงใหน จะเป็นช่องทางในการรับ Ip Address ของ browser ที่พิมพ์เข้ามา และ ทำการ แปล ip นั้น ๆ เป็นชื่อ โดเมนเนมของเรา

Name Server ที่หน้าที่หลักคือ แปลความหมายจาก IP address แต่ละ website เพื่อให้เข้าสู่ website นั้นๆ ได้ website แต่ละชื่อนั้นจะเข้า url ได้ ต้องเข้าผ่าน IP ซึ่งถ้าหากเราต้องเข้าใช้ผ่าน IP จะทำให้จดจำยากมาก จึงมีการสร้าง Domain name ขึ้นมา คนที่สร้าง website จะรู้จักกันดี ดังนั้นจึงมี Name Server ไว้ให้บริการแปลง IP เป็นชื่อโดเมนเนมของเรา

วิธีดู Name Server หรือ NS ของเว็บไซต์ 

ยกตัวอย่างเว็บไซต์ชื่อดัง sanook.com
วิธีที่ใช้ในการดู ns ของเว็บไซต์ โดยทั่วไปผู่ใช้ส่วนมาก ใช้ผ่านเว็บไซต์ whois.com
1. เข้าไปที่ www.whois.com
2. พิมพ์ Domain name ที่ต้องการสร้างเข้าไป




3. จะปรากฏชื่อเว็บไซค์ และ ที่มีผู้ใช้จดทะเบียนแล้ว แต่ต่างกันที่ .(ด็อท) เพราะลักษณ์การใช้งานวัตถุประสงค์ที่ต่างกันไป จากนั้นคลิกเข้าไปที่ Whois เพื่อดูรายละเอียด

4. เมื่อคลิกเข้ามาแล้ว ก็จะปรากฏรายละเอียดต่าง  ๆ เช่น เจ้าของโดเมนเป็นใคร ชื่อสกุล ที่อยู่ ผู้ให้บริการโดเมน รายการการจดทะเบียน ต่าง  ๆ




Whois.com  เป็นเว็บไซตืให้บริการตรวจสอบข้อมูลของโดเมนเจ้าของนั้น ว่าผู้ใดเป็นเจ้าของ ชื่อ สกุล ที่อยู่ อีเมลล์ เบอร์โทรศัพท์ และยังตรวจสอบได้อีกว่า หากเราต้องการจดโดเมน ชื่อที่เราจะใช้นั้นมีผู้ใช้อยู่แล้วรึเปล่า

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Server สำหรับธุรกิจเท่านั้น

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด

วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557

วิธีดูเว็บไซต์ที่เราต้องการ ว่าเว็บนั้นใช้ Web Hosting/Server IP อะไร

วิธีดูเว็บไซต์ที่เราต้องการ ว่าเว็บนั้นใช้ Web Hosting/Server IP อะไร

เว็บใช้ Server IP อะไร


1. ให้ทำการกด ปุ่ม Start แล้วไปที่ Run หรือ กด ปุ่ม Windows + R

ถ้าเป็น windows 7 กดปุ่ม start หรือ windows ช่องล่างสุดจะปรากฏ ช่องสำหรับ Run ได้เลย



2. จากนั้น พิมพ์ คำว่า cmd (Windows Command Interpreter) แล้วกด Enter

เพื่อเข้าสู่ หน้า Dos ใช้คำสั่งสำหรับ ตรวจสอบ Ip


3. ให้พิมพ์คำสั่ง ping ตาม ด้วย Website เช่น ping www.google.com จากนั้นกด enter

ipของ Website จะปรากฏตรงที่ อักษรสีเหลือง ตรงลูกศรสีแดงชี้ไว้

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Server สำหรับธุรกิจเท่านั้น

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด


วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2557

เว็บโฮสติ้งมาตรฐาน สำหรับ บริษัท ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร

เว็บโฮสติ้ง Web Hosting ที่มีมาตรฐานหรือที่ดี ควรมีลักษณะอย่างไร

Hosting หลายๆคนที่ทำเว็บไซต์ ต้องรู้จักเป็นอย่างดีเพราะ จำเป็นต้องใช้เพื่อสำหรับเก็บข้อมูล แต่จะทำอย่างไรดีล่ะ ถ้าหากไม่แน่ใจว่า Hosting ที่ใหนดี หรือ ที่ใหนไม่ดี ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร ถ้าโทรสอบถามเชื่อว่าผู้ให้บริการHosting ก็ต้องบอกว่าของตัวเองดีแน่นอน แล้วผู้ใช้เองจะมีวิธีรู้ได้อย่างไรว่า Hosting เจ้าใหนดีจริง ว่าถ้าเราเลือกใช้จะคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายใหม ปลอดภัยไหม เราเสียค่าใช้จ่ายเกินจริงรึเปล่า จะโดนโกงรึเปล่า

เรามาดูกันว่า ลักษณะ Hosting ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร


การให้บริการ Support สำหรับเว็บโฮสติ้งที่ดีควรมีลักษะอย่างไร


1. มีการยอมรับจากสังคมชื่อเสียง และพิจารณาด้าน ทรัพย์ยากรณ์ต่าง ๆ เช่น Server รุ่น ยี่ห้อที่ใช้งาน

2. ไม่เกิดปัญหาการล่มบ่อย เพราะ จะส่งผลเสียให้กับ การเข้าชมเว็บ ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือได้

3. ไวรัส หรือ สแปม ควรมีความป้องกันที่ทันสมัย เพราะ สมัยนี้ มีการระบาดไวรัส อย่างแพร่หลาย และรวดเร็วมาก ความปลอดภัย จึงเป็นหลักสำคัญหนึ่งที่ควรคำนึงถึงอันดับแรก

4. การค้นหาจาก google มีการพูดถึงมากมายของผู้ให้บริการ Hosting ตามเว็บบอร์ด ควรทำการศึกษาค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจคำนึงถึงเลย คือ การล่ม ย่อมส่งผลไม่ดีแน่ถ้าหาก เว็บไซต์

5. ไม่มีการปิดแก้ไข หรือ ปรับปรุง Server บ่อย ๆ เพราะจะทำให้ User ไม่สามารถใช้งานได้ และจะทำให้Websit ถูกปิดการใช้งานหลายครั้ง
6. การเชื่อมต่อ ต้องรวดเร็ว ไม่โหลดช้า การคลิกเปลี่ยนหน้า ควรเปลี่ยนได้รวดเร็ว ไม่ช้าจนเกิดไป (กรณีนี้หาก Internet ไม่มีปัญหา)

7. การช่วยเหลือ การ Support หาก Server มีปัญหา การที่เราโทรไปแจ้งนั้นเป็นสิทธิเขาเรา ดูว่าผู้ให้บริการ มีความกระตือรื้อร้นอย่างไร ใส่ใจเราไหม ในกรณีนี้ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจ ของผู้ขอใช้บริการว่า มีความรู้สึกอย่างไร

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Web Server สำหรับธุรกิจเท่านั้น

คำชี้แจงทางกฏหมาย Legal Notices
โลโก้หรือสัญลักษณ์ทางการค้าของ TL รวมถึงเนื้อหา ที่อยู่ภายใต้เว็บ TL นั้นถึงเป็นสมบัติและทรัพย์สินของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ไม่อนุญาติให้นำข้อความ หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้งานโดยมิได้อนุญาติอย่างเป็นทางการ, การละเมิดจะถูกดำเนินคดีจาก TL จนถึงที่สุด